บางคน .. พูดดีแต่กับคนอื่น แต่พูดีกับคนในบ้านไม่ได้!!

บางคน…

พูดกับเพื่อน…ดี พูดกับครู…ดี

พูดกับลูกค้า…ดี พูดกับคนอื่น…ดี

แต่พูดกับคนในบ้าน…ไม่ดี

โดนอะไรหนักๆ ที่โรงเรียนมา

ก็กลับมาเหวี่ยง…ใส่คนที่บ้านโดนอะไรแรงๆ ในที่ทำงาน

ก็เอามาพาล…ใส่คนที่บ้าน

เพราะอะไรอ่ะ?

เพราะคนในบ้าน… แคร์ความรู้สึกเราและ ‘ยอม’ เสมอ

คนในบ้าน ‘ยอม’ จนบางครั้ง…

หลายคนอาจลืมไปว่า…

เงินที่ได้ไปโรงเรียน…

ก็ได้มาจากคนในบ้านนี่แหละ

เวลาหิว…

คนในบ้านรึเปล่า…ที่คอยทำให้กิน

เวลาที่ทุกข์ใจใครทิ้งมา….

สุดท้ายก็มีแค่คนในบ้านนี่แหละ

ที่ไม่เคยทิ้งเราไปไหน

อาจจะมีซ้ำเติม สั่งสอนบ้าง

นั่นก็เรื่องธรรมดา เวลาที่เดือดร้อน… ก็คนในบ้านรึเปล่า

ที่จะอยู่ข้างเรา… เป็นคนสุดท้าย

บนโลกนี้เอาจริงๆ

…จะมีสักกี่คน…

ที่ทนนิสัยแย่ๆ ของเราได้ตลอด

จะมีสักกี่คน…. ที่ทนทำอะไรให้เราได้ขนาดนี้

จะมีมั้ย? ถ้าไม่ใช่ ‘ครอบครัว’

ใส่ใจความรู้สึกของคนในครอบครัวบ้าง

ก่อนที่จะสายเกินไป….

จนไม่เหลือใครให้ใส่ใจ.

(Cr. Kru Mos Saranyoo)

. ︷‧:✿ เพราะลดลง.. จึงได้มากขึ้น

ลดความโกรธให้น้อยลง ฉันได้สติมากขึ้น

ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง ฉันได้เงินเก็บมากขึ้น

ลดการพูดให้น้อยลง ฉันทำหลายอย่างได้มากขึ้น

รักตัวฉันเองให้น้อยลง คนอื่นรักฉันมากขึ้น

นอนให้น้อยลง ฉันได้ทำหลายอย่างมากขึ้น

คิดเรื่องเครียดให้น้อยลง ฉันยิ้มได้มากขึ้น

ลดความอายให้น้อยลง ฉันได้ความกล้ามากขึ้น

ดูละครให้น้อยลง ฉันอ่านหนังสือได้มากขึ้น

ฉันวิ่งให้ช้าลง ฉันมองเห็นคนข้างหลังมากขึ้น

เชื่อให้น้อยลง ฉันมองเห็นอะไรมากขึ้น

ลดทิฐิให้น้อยลง ฉันรู้จักอภัยมากขึ้น

กระโดดให้น้อยลง ฉันเดินได้มั่นคงมากขึ้น

กินให้น้อยลง ฉันอิ่มได้มากขึ้น

ก้มหน้าให้น้อยลง ฉันมองเห็นได้ไกลขึ้น

พักเหนื่อยให้น้อยลง ฉันรู้จักความสบายมากขึ้น

เห็นแก่ตัวให้น้อยลง มีคนรอดชีวิตมากขึ้น

แบกของหนักให้น้อยลง ชีวิตฉันเบามากขึ้น

เป่าลมออกน้อยลง ฉันสูดลมเข้าได้มากขึ้น

แอบฟังให้น้อยลง ฉันได้ยินอะไรมากขึ้น

ฉันคิดคำถามน้อยลง ฉันได้คำตอบมากขึ้น

ทะเลาะกับเด็กให้น้อยลง ฉันโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

ทะเลาะกับผู้ใหญ่ให้น้อยลง ฉันได้รับการเอ็นดูมากขึ้น

แสดงความฉลาดให้น้อยลง ฉันได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น

คิดถึงคนที่ฉันรักให้น้อยลง ฉันเข้าใจคนที่ฉันรักมากขึ้น

พูดให้ร้ายคนอื่นให้น้อยลง มีคนพูดถึงฉันในแง่ดีมากขึ้น

ออกนอกบ้านให้น้อยลง ฉันได้ความอบอุ่นในครอบครัวมากขึ้น

ลดความคิดที่จะดูถูกให้น้อยลง

ฉันได้รับคำตอบสำหรับทำเรื่องที่ถูกต้องได้มากขึ้น

เราลดบางอย่างลง…

แต่เรากลับได้บางอย่างเพิ่มมากขึ้นจริงๆ

ขอบคุณที่มา วนารักษ์

เชื่อว่าเมื่อบุญให้ผล คนดีๆจะเดินเข้ามาในชีวิตเราเอง

ผมเชื่อว่าเมื่อ บุญให้ผล เราก็จะพบ คนดีคนจริงใจ คนที่ มีความมั่นคง เข้ามาทำให้ มีความสุขมากขึ้น ในชีวิต

และเมื่อ กรรมให้ผล เราจะพบ คนไม่ดีไม่จริงใจไม่ซื่อสัตย์ เข้ามาทำให้ มีความทุ กข์มากขึ้น ในชีวิต

ถ้านิสัยของเราดีขึ้น ในวันที่พบ คนดี

จึง เรียกว่า พบคนดี ในเวลาที่เหมาะ

เหมาะในที่นี้ คือ มีความพร้อมที่จะรักษา ความรัก

ถ้านิสัยของเร ายังไม่ดีขึ้น ในวันที่พบคนดี

แบบนี้แนวโน้ม คือ นิสัยเสียๆ ของเรา

จะเป็นตัวที่ทำให้คนดีๆ ออกไปจาก ชีวิตเราได้

ตราบใด ที่ไม่คิดแก้ไขนิสัยร้า ยๆ ของตัวเอง ให้ดีขึ้น

แนวโน้ม คือ ชีวิตเรา ก็จะดึงดูด คนที่แย่ๆ

ดึงดูดคนแบบเดิม ที่ห่วยๆ เข้ามาเหมือนเดิม

ถ้านิสัยของ เราดีขึ้น

ในขณะที่ยังต้องเจออยู่กับ คนไม่ดี

ความดี หรือกรรมดี ของเราตรงนี้

ไม่ใช่สิ่ง ที่จะรับประกันได้ว่า..

จะสามารถเปลี่ยนใคร ให้ดีขึ้นได้

แต่ความดีนั้น

จะทำหน้าที่ ดึงดูดคนดีๆ เข้ามาในวันหน้าแทน

และ มักจะเป็นในเวลาที่เหมาะด้วย

การเจอ คนดี แต่รักษาคนดี ไม่เป็น

ส่วนหนึ่งเป็น เพราะไม่รู้จักการต่อบุญ ใหม่ร่วมกัน

แต่ส่วนใหญ่ ก็เป็น เพราะหวงนิสัยเสียๆ ของตน

มากกว่าคนดีๆ ที่เข้ามาในชีวิต นั่นแหละครับ

การเจอคนร้ ายๆ แต่ยัง ยอมทนทุ กข์ อยู่

ตรงนี้ คือ การใช้กรรม ในรูปแบบหนึ่ง

เมื่อไหร่ที่ ทุ กข์พอแล้ว ทนพอแล้ว

ไม่อยากเห็นตัวเอง ทนทุ กข์ ซํ้าซา ก ต่อไป

คิดเดินออกมา ได้เมื่อไหร่ จึงเรียกว่า หมดกรรม เมื่อนั้น

ถ้าเราเป็น คนดี เวลาจะดึงดูสิ่งดีๆ เข้ามาหาเรา

แต่ถ้าเราเป็น คนไม่ดี เวลาจะพัดพาสิ่งดีๆ ออกไปจาก ชีวิตเรา เช่นนั้นเอง

ขอบคุณ : สบายตา, RUGYIM

ขนาดช่างซ่อมยังไม่รู้ เผยวิธีทำ “กาวเหนียว” แปะรองเท้าอ้า ทำง่าย ทำได้เองที่บ้าน

คุณเคยเจอกับปัญหานี้ไหม เราเชื่อเลยว่าทุกคนเคยเจอปัญหานี้อยากแน่นอน สำหรับปัญหาของรองเท้าขาด รองเท้าอ้า ร้องเท้าเสียแต่ชอบใส่คู่นี้เสียดายไม่อยากทิ้ง

เอาเข้าร้านซ่อมราคาก็หลายตังอยู่ แต่รู้ไหมว่ามันมีวิธี วิธีที่ไม่ต้องเสียเงินให้กับร้านว่อมเองได้ที่บ้าน เพียงไม่กี่ขั้นตอนเาก็ได้ร้องเท้าคู่ใจเรากลับมาแล้ว

สือจากต่างประเทศ ได้ให้คำแนะนำวิธีการที่จะทำให้รองเท้าที่ปากอ้า ให้กลับมาติดหนึบอยู่เหมือนเดิม คงสภาพเดิมได้ โดยมีขั้นตอนต่อไปนี้

โดยมี 2 วิธีดังนี้

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. โฟม

2. ถ้วย 1 ใบ

3. เบกกิ้งโซดา

4. น้ำสไปรท์

5. น้ำส้มสายชู

ขั้นตอนในการทำ ฉีกโฟมออกเป็นชิ้นเล็กที่สุด ใส่ในภาชนะ จากนั้นใส่เบกกิ้งโซดา,สไปรท์,น้ำส้มสายชู คนให้ทั่วประมาณ 1 นาที จากนั้นโฟมก็จะละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกันและเหนียวข้นเหมือนกาวแล้ว นำมาทาบริเวณที่อ้าของรองเท้าได้เลย การผสมแบบนี้จะมีความเหนียวข้นมากกว่ากาวทั่วไปหลายเท่า

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. ถ้วย 1 ใบ

2. เบกกิ้งโซดา

3. ยาสีฟัน

4. น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาซักผ้า

ขั้นตอนในการทำ เตรียมภาชนะใส่ เติมเบกกิ้งโซดา,ยาสีฟัน,น้ำยาล้างจาน,น้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอก คนให้เข้ากันจนเหนียว แค่นี้ก็สามารถนำมาทาบริเวณที่อ้าได้แล้ว แต่จำไว้ว่าอย่าทาเยอะเกินไปเพราจะทำให้แห้งยาก ทาเสร็จใช้มือหรือตัวหนีบกดไว้สักครู่ประมาณ 2 นาที เพื่อให้กาวอยู่ตัว หลังจากนั้นก็เอาตัวหนีบออก เก็บไว้ในชั้นวางรองเท้าประมาณ 1 วัน รุ่งขึ้นรองเท้าก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิมแล้ว จำไว้นะคราวหน้าถ้าเจอรองเท้าอ้าปากอีก อย่าลืมใช้วิธีนี้นะ

เห็นไหมล่ะคะว่าขั้นตอนที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เป็นขั้นตอนง่ายๆ และสิ่งที่ต้องเตรียมก็หาได้ง่ายในครัวของบ้านเรา หลังจากนี้ไปเราก็ไม่ต้องเข้าร้านซ่อมรองเท้าให้เสียเงินอีกต่อไป เพียงทำตามขั้นตอนนี้ ก็จะมีรองเท้าสวยๆใส่เหมือนเดิมแล้วค่ะ

ขอบคุณที่มา 17moveon

เทคนิค ดองผักสะเดาไว้กิน เก็บไว้รับประทานได้ตลอดปี

สะเดา เป็นพืชผักที่ออกตามฤดูกาล ปีหนึ่งออกเพียงหนึ่งครั้ง และเป็นผักที่หลายท่านนิยมรับประทาน บางครั้งสะเดาออกมาไม่ทันรับประทาน รับประทานไม่หมดก็ต้องตัดใจทิ้งไป

ดังนั้นวันนี้จึงขอเสนอวิธีการถนอมอาหาร เพื่อรักษาสะเดาไว้ให้รับประทานได้ตลอดทั้งปี นั่นคือ การดองสะเดา นั่นเอง

สรรพคุณของสะเดา

1. ใบอ่อน แก้โรคผิวหนัง ปรับสมดุลน้ำเหลือง รักษาแผลพุพอง

2. ใบแก่ บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร

3. ก้าน แก้ไข้ บำรุงน้ำดี แก้ร้อนในกระหายน้ำ บำรุงสุขภาพในช่องปาก

4. ดอก แก้พิษโลหิต บรรเทาอาการเลือดกำเดาไหล แก้ริดสีดวง บรรเทาอาการคันคอ บำรุงธาตุไฟ

5. ผล บำรุงหัวใจเป็นยาระบาย แก้อาการหัวใจเต้นผิดปกติ

6. ผลอ่อน ช่วยเจริญอาหาร ฆ่าพยาธิ แก้ริดสีดวง แก้ปัสสาวะขัด

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1.สะเดา 5 กิโลกรัม

2.เกลือ 1.5 กิโลกรัม

3.ขวดน้ำหรือถังที่มีฝาปิดมิดชิด

วิธีทำ

1.เตรียมสะเดาใส่ถังหมัก

2.ใส่เกลือตามลงไป โดยเทโปะไว้ด้านบน

3.นำขวดพลาสติกใส่น้ำแล้ววางทับไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้สะเดาลอยขึ้มาระหว่างดอง

4.ทำการใส่น้ำสะอาดให้ท่วมสะเดา

5.ปิดฝาถังให้มิดชิด เมื่อดองครบ 3 เดือนก็สามารถนำสะเดามารับประทานหรือเก็บไว้ได้แล้วค่ะ

ทำตามขั้นตอนนี้รับรองมีสะเดาอร่อยๆ กินทั้งปีแน่นอน

ขอบคุณข้อมูล : kaijeaw

เผยสูตร น้ำยางปลีกล้วย กำจัดราดำ ไล่เพลี้ยได้ทั้งสวน

เผยสูตร น้ำยางปลีกล้วย

รู้หรือไม่ น้ำยางปลีกล้วยนั้น มีประโยช์มากมายในพืช โดยส่วนใหญ่แล้วหลายคนปลูกต้นกล้วยไว้ รับประทานผล หรือขายใบขายต้น แต่วันนี้ขอเสนอน้ำยางจากปลีกล้วยค่ะ รับรองประโยชน์เพียบ

สูตรนี้ได้รับการเผยแพร่มาจาก คุณยรรยง ยาดี เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2551 ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านคือผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเกษตรผสมผสานและสารขับไล่ศัตรูพืช

และต่อมาได้รับการเผยแพร่ใน รายการ Farmer info ทางด่วนข้อมูลการเกษตร สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน ได้ยืนยันแล้วว่าสูตรนี้สามารถช่วยกำจัดโรคราแป้ง ราดำ และ โรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา ที่ระบาดกับพืชและไม้ผลได้ และกำจัดศัตรูพืชที่เป็นพาหะนำโรคต่างๆได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม

1. น้ำยางจากปลีกล้วย 150 ซีซี

2.เครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อใดก็ได้ 1 ขวด

ขั้นตอนการทำ

1. เมื่อตัดปลีกล้วยออกจากเครือใหม่ๆ จะพบว่ามีน้ำยางสีขาวขุ่นไหลออกมาจากปลีกล้วยในปริมาณมาก ให้นำขวดหรือถุงไปรองน้ำยางนั้นไว้ โดยน้ำยางปลีกล้วยนี้สามารถใช้ได้ในกล้วยทุกสายพันธุ์

2. เมื่อได้น้ำยางมาแล้วให้นำมาเทผสมกับเครื่องดื่มชูกำลังที่เตรียมไว้ โดยผสมในภาชนะที่มีฝาปิดสนิทแล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน ปิดฝาหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 1 คืน ก็จะได้น้ำหมักน้ำยางปลีกล้วย

อัตราส่วนและวิธีการใช้

นำน้ำยางปลีกล้วยที่ผ่านการหมักแล้ว 1 คืน ผสมน้ำหมัก 3 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำเปล่า 5 ลิตร แล้วนำไปฉีดพ่นทุกๆ 5-7 วัน สามารถแก้ปัญหา ราดำมะม่วง ราขาวต้นฝรั่ง ช่วยลดโรคราในพืชให้น้อยลงจนเป็นปกติ และช่วยกำจัดศัตรูต่างๆที่เป็นพาหะนำโรคราได้เป็นอย่างดี โดยสูตรนี้สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด

ขอบคุณข้อมูล : item2day

เพาะเห็ดฟางในถัง เพาะเองง่ายๆไม่ต้องง้อโรงเพาะเห็ด

วิธีการเพาะเห็ดฟางในถังนี้ เป็นเรื่องราวที่ได้รับการเผยสูตรจาก ครูชาตรี และ ทางเพจ วิชาชีวิต ได้นำเอาเนื้อหามาสรุปให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นมาให้ได้ศึกษาและลองทำตามกันดู เผื่อใครสนใจที่จะนำไปต่อยอดเพาะทานเองในบ้าน หรือ ทำเป็นอาชีพเสริม

ข้อดีของการเพาะเห็ดฟางในถัง

– ใช้พื้นที่ในการเพาะเห็ดน้อย

– เหมาะสำหรับ เพาะกินในครัวเรือน หรือ นำไปทำเป็นอาชีพเสริม

– วิธีการขั้นตอนในการทำไม่ยุ่งยาก ลงทุนน้อย ( เพราะไม่ต้องทำโรงเรือนเพาะเห็ด )

– ดูแลรักษาง่าย สามารถควบคุมความชื้น และ อุณหภูมิได้

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

– ฟางข้าว

– ตะแกรงเหล็ก

– ถังพลาสติกสีดำ ( ขนาด 40-50 ลิตร )

– ก้อนเชื้อเห็ดฟาง

– อาหารเสริมเห็ดฟาง ได้แก่ ผักตบชวา , ต้นกล้วย , ลำละเอียด , แป้งข้าวเจ้า

ขั้นตอนการเพาะเห็ดฟางในถัง

นำฟางข้าวมาแช่น้ำไว้ 1 คืน น้ำที่แช่ฟางข้าวให้ผสมกากน้ำตาลลงไปด้วย ( บางครั้งในฟางข้าวจะมีการฉีดพ่นน้ำยากันเชื้อรามา เห็ดก็ถือว่าเป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง การแช่ฟางข้าวจะช่วยล้างน้ำยากันเชื้อราออกไปจากฟางข้าวได้ในระดับหนึ่ง )

การทำอาหารเสริมเห็ดฟาง ให้นำผักตบชวา หรือ ต้นกล้วย มาสับเป็นชิ้นเล็กๆแล้ว นำไปตากแดดไว้ 1 วัน หลังจากนั้นนำมาผสมกับลำละเอียด อัตราส่วน 1:1

นำก้อนเชื้อเห็ดฟางมาทุบออก 2 ถุง ผสมกับแป้งข้าวเจ้า 2 กำมือ ลำละเอียด 2 กำมือ ขยำให้เข้ากัน ( ใช้ได้กับการเพาะเห็ดฟาง 1 ถัง )

นำถังพลาสติกมาเจาะรูที่ก้นถังขนาดรูประมาณฝาขวดน้ำ 4-5 รู ( โดยรูนี้จะช่วยระบายน้ำออกจากถัง และ ช่วยในให้อากาศถ่ายเทได้ดีตอนตัดเส้นใยเห็ด จะทำให้ได้เห็ดฟางดอกใหญ่ )

เอาตะแกรงเหล็กมาม้วนเป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 ซม. ( 1 ไม้บรรทัด ) แล้วใส่ไว้กลางถัง

** แนะนำให้ นำสายยางมาครอบไว้ตรงขอบตะแกรงเหล็กด้วย เวลาล้วงมือเข้าไปเก็บเห็ดจะได้ไม่โดนตะแกรงเหล็กบาดมือ

นำฟางข้าวที่แช่น้ำไว้ยัดลงไปในถัง บริเวณรอบนอกของตะแกรงเหล็ก ให้มีความสูงจากก้นถังประมาณ 3 นิ้ว กดให้พอแน่น จากนั้นโรยทับด้วยอาหารเสริมเห็ดที่เตรียมไว้ และนำก้อนเชื้อเห็ดที่เตรียมไว้มาโรยทับบนอาหารเสริมอีกที ( ทำซ้ำแบบนี้อีกรอบ จะได้ประมาณ 4-5 ชั้นต่อหนึ่งถัง )

** ข้อแนะนำ ให้นำอาหารเสริมกับก้อนเชื้อเห็ดโรยใกล้ๆตะแกรงเหล็ก เพราะเวลาดอกเห็ดงอก จะงอกจากด้านในตะแกรงเหล็ก

จากนั้นปิดฝาด้านบนให้สนิท แต่ยังคงเปิดรูระบายอากาศที่กันถังไว้ นำไปวางไว้ให้สูงจากพื้นประมาณ 10-15 ซม. ทิ้วไว้ในที่ร่ม ห้ามโดนแสงแดด ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน จนเกิดเส้นใยเห็ด

การตัดเส้นใยเห็ด โดยให้เปิดฝาถังออกประมาณ 20-30 นาที เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทเข้าไปในถัง แล้วปิดฝาให้สนิทเหมือนเดิม ทิ้งเอาไว้ 3 วัน เมื่อเส้นใยเห็ดฟางโดนอากาศจะจับตัวกันเป็นก้อน แล้วเจริญเติบโตเป็นดอกเห็ดต่อไป

หลังจากเปิดฝาถังตัดเส้นใยแล้ว อีกประมาณ 3 วัน เส้นใยก็จะเริ่มรวมตัวกันเป็นก้อนเห็ด แล้วจับตัวเป็นดอกเห็ดในที่สุด

เรียบร้อย เห็ดฟางในถังพลาสติก ทำง่าย ลงทุนน้อย ได้เห็ดฟางดอกใหญ่ สามารถนำถังมาเพาะซ้ำได้อีกเรื่อยๆ

เป็นอีกวิธีในการเพาะเห็ดที่น่าสนใจมากเลยครับ ถ้าใครที่มีพื้นที่น้อย ไม่มีเงินลงทุนสร้างโรงเพาะเห็ด สามารถใช้วิธีนี้เพาะเห็ดฟางไว้ทานเอง หรือ เพาะขายเป็นแหล่งรายได้เสริมได้อีกทางก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะ เห็ดฟางเป็นเห็ดที่มีความต้องการของตลาดสูงขายได้ราคาดี

แหล่งที่มา :ครูชาตรี, วิชาชีวิต, postnoname

ปลูกผักไร้ดิน บนต้นกล้วย ใช้เวลาปลูก 30 วัน เก็บกินได้

การบริโภคอาหารที่มี สารเคมีตกค้าง ส่งผลกระทบร่างกาย ของมนุษย์อย่างมาก หลายคนพยายามหลีกเลี่ยง สารเคมีตกค้าง โดยเลือกบริโภคพืชผลปลอดสารพิษ ที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ แต่สินค้าเกษตรอินทรีย์ มีราคาค่อนข้างแพงสักหน่อย หากใครอยากปลูกผักกินเอง ลองคิดนอกกรอบดูบ้าง โดยทดลองปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

การเพาะต้นกล้า

เมล็ดผักพันธุ์ดี มักมีราคาแพงมาก บางชนิดมีราคาแพงมาก เรียกว่า นับเมล็ดขาย วิธีเพาะเมล็ดพันธุ์โดยการหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงกล้า จะได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพดีน้อย และเสียหายค่อนข้างมาก เพราะต้นกล้าส่วนหนึ่ งจะถูกทำลายโดยด้วงหมัดผัก ซึ่งเป็นวัชพืชที่สำคัญมากของผักทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะกล้า และเมื่อย้ายไปปลูกในแปลงปลูกต้นกล้าก็จะช้ำ หรือเหี่ยวเฉา ทำให้มีต้นทุนในการเพาะปลูกผักที่สูงมาก

วิธีใช้เมล็ดพันธุ์อย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การตกกล้าลงในกระบะเพาะ หลุมละ 1 เมล็ด ดินสำหรับเพาะกล้า อาจใช้ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว หรือขี้เลื้อย และหรือเศษวัสดุอื่นๆ หมักจนได้ที่แล้วจึงนำมาร่อน ด้วยตะแกรงที่มีรูขนาดประมาณ 3-5 มิลลิเมตร หรืออาจจะใหญ่กว่า เพื่อแยกเอาเศษวัสดุ ที่มีขนาดใหญ่ออก หรืออาจแยกโดยลักษณะคล้ายๆ กับการแยกกรวดออกจากทราย ที่ใช้ในการฉาบปูนสำหรับก่อสร้างก็ได้ จากนั้น จึงค่อยนำดินที่มีความชื้นเหมาะสมปลูกใส่ ในกระบะเพาะ หยอดเมล็ดพันธุ์ผักลงไป จึงค่อยนำดินปลูกมาโรย ปิดหน้าอีกครั้ง เพื่อป้องกันเมล็ดพันธุ์ กระเด็นหรือลอยเมื่อรดน้ำ

หลังจากนั้นจึงนำกระบะ ที่หยอดเมล็ดพันธุ์ แล้วไปวางเรียงไว้บนชั้นที่ยกเหนือ พื้นดินประมาณ 80 เซนติเมตร ในโรงเรือน เพื่อป้องกันความเสียหาย คอยให้น้ำตามปกติ โดยให้น้ำ เป็นละอองฝอยขนาดเล็ก หากมีละอองฝอยขนาดใหญ่ เมล็ดพันธุ์ หรือต้นกล้าที่งอกอาจจะเสียหาย เนื่องจากแรงกระแทก ของน้ำได้

เมื่อต้นกล้าผักเจริญเติบโตมีใบประมาณ 3-4 ใบ จึงนำออกจากกระบะเพาะ โดยการให้น้ำก่อนแล้ว จึงค่อยๆ เคาะออก ต้นกล้าก็จะหลุดออกมา มีลักษณะเป็นแท่งตามรูปทรง ของรูในกระบะเพาะ จากนั้นจึงนำไปปลูกในแปลงปลูก  วิธีนี้แม้ว่าจะใช้เวลามาก แต่เกษตรกรสามารถประหยัดค่าเมล็ดพันธุ์ได้เป็นอันมาก และต้นกล้าแข็งแรง ไม่ชะงักหรือเหี่ยวเฉา เมื่อเคลื่อนย้ายลงแปลงปลูก และยังป้องกันความเสียหาย ของต้นกล้าพันธุ์จาก ด้วงหมัดผักด้วย

วิธีปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย

การปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย โดยปกติแล้วเกษตรกร มักตัดต้นกล้วยแก่ทิ้ง ทุกครั้งที่ตัดเครือ  ขอให้เจาะรู ที่ต้นกล้วยใน ลักษณะทแยงลงไป ให้รูมีขนาดเท่ากับแท่งดิน ที่ยึดรากต้นกล้าที่ย้ายมาจากกระบะเพาะ จากนั้นจึงเอาต้นกล้า (ผักสลัด) ยัดใส่ลงไปในรูของต้นกล้วย ที่เจาะไว้ โดยจำนวนรูที่จะเจาะ หรือจำนวนผักที่จะปลูก จากนั้นก็ไม่ต้องรดน้ำให้ผักที่ปลูก หรือรดน้ำให้ต้นกล้วยแต่อย่างใด จะทำเพียงอย่างเดียวคือ คอยค้ำยันไม่ให้ต้นกล้วยล้มเท่านั้น

หลังจากนั้น ประมาณ 30 วัน ขึ้นอยู่กับอายุของผักที่ปลูก ก็เก็บเกี่ยวผักไปขายได้เลย ผักสลัดที่ ปลูกมีรสชาติดีมาก หวาน และกรอบ ใบเป็นเงางาม ทั้งนี้ เป็นเพราะต้นกล้วยมีธาตุโพแทสเซียมสูงนั่นเอง

ใครจะนำวิธีนี้ไปทดลองปลูกก็ได้ แต่อายุผักที่ปลูกไม่ควรจะยาวนานเกิน 40วัน เพราะต้นกล้วยจะโทรมและเหี่ยวแห้ง ผักที่ปลูกควรเป็นผักกินใบที่ไม่ต้องการแสงแดดที่แรงมากนัก เพราะใบของกล้วยจะช่วยพรางแสงแดดได้บางส่วน

ที่มา technologychaoban

จน เครียด กินเหล้า เปิดชีวิตปัจจุบัน สายเชีย จากลูกชาวนาไร้งาน ไร้เงิน สู่นักธุรกิจที่ดิน 600 ไร่

สายเชีย วงศ์วิโรจน์ ตัวประกอบที่โกอินเตอร์ เจ้าของวลีเด็ด จน เครียด กินเหล้า เล่าเรื่องราวชีวิต กว่าจะมีชีวิตที่สุขสบาย ต้องผ่านความยากลำบาก ขุดส้วมแลกค่าเทอม เพราะอยากจะเรียน แต่ชีวิตพลิกผันได้มาเป็นสตันท์แมน จนมีชื่อเสียง ได้โกอินเตอร์เล่นหนังฮอลลีวูด ประกบดาราดังมากมาย

โดยสตันท์แมนคนนี้ ได้มาเปิดใจเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาในรายการ ยิ่งศักดิ์ ยิ่งแซ่บ ที่มีอาจารย์ยิ่งศักดิ์ ทำหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ว่า ผมเริ่มเล่นเป็นตัวประกอบตั้งแต่ พ.ศ. 2529 ส่วนงานที่สร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักก็คือ โฆษณา จน เครียด กินเหล้า และเป็นโฆษณาที่ได้รางวัลที่คานส์ ออนแอร์ที่เขมร ลาว เวลาไปที่นั่นคนรู้จักเรา

เล่นประกบแองเจลินา โจลี เป็นหนังที่ฉายต่างประเทศ ส่วนฉากนี้ถ่ายที่เคนยา คือก่อนหน้านี้ผมเคยเล่นหนังฝรั่ง เป็นตัวประกอบที่เป็นสตันท์แมน มีบทบาทหน่อย ผมภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงระดับโลก เพราะว่าผมเป็นลูกชาวนา เพราะชีวิตไม่เคยคิดว่าจะได้ขึ้นเครื่องบินด้วยซ้ำ

ถามว่าทำไมหน้าตา อย่างผมถึงได้เล่นหนังโกอินเตอร์ เพราะว่าผมมีความจริงจังกับงาน ทำงานให้เต็มร้อย และทำให้ดีที่สุด ถามว่าเพื่อนๆ สตันท์แมนอิจฉามั้ย ที่เราได้โกอินเตอร์ ทุกคนรักกัน เพราะทำงานเป็นตัวประกอบประกบคนดัง หลายคนก็คิดว่าค่าตัวผมต้องแพง เลยทำให้ผมอดอยากมากเลย ก็ตกงานไป หนังไทยไม่ค่อยจ้างเท่าไร

ตอนนี้ผันตัวเองไปเป็นพ่อค้า ขายที่ดิน ไปกู้เงินมาแล้วเอามาแบ่งขายตารางวาละ 3,500 คือผมไม่ได้มีความรู้เรื่องธุรกิจหรอก แต่ว่ามีคนที่มีความรู้ รุ่นน้องที่เค้าเก่ง ผมก็มาทำงานกับเค้า ตอนนี้จับธุรกิจตัวนี้มาปีกว่าเอง ไม่เคยโดนโกง ใครไม่ซื้อก็มาเอาเงินคืน เพราะเราจะได้ขายต่อ เพราะที่ดิน นับวันยิ่งราคาขึ้น

ถามว่าเอาดีทางด้านธุรกิจ แล้วจะเลิกแสดงมั้ย คงเลิกไม่ได้หรอก มันเข้าเส้นแล้ว ยังชอบการแสดง แต่งานก็ลดลงเยอะ ยิ่งต่างประเทศไม่ค่อยมี จะเป็นหนัง เป็นละครที่เข้ามาแทน

สมัยเด็กๆ ครอบครัวยากจนมาก ไม่มีข้าวกิน มีพี่น้องหลายคน จนไม่มีค่าเทอมไปโรงเรียน รองเท้าก็ไม่มีใส่ไปโรงเรียน รองเท้า เสื้อผ้าต้องรอบริจาคในทุกๆ ปี เค้าจะคัดเด็กยากจน เพื่อให้ได้รับสิทธิ์นี้ ไม่ต้องพยายามทำให้จน เพราะว่าเราจนจริงๆ (ยิ้ม) ลำบากมากถึงขั้นต้อง ไปขุดส้วม เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม

คือเป็นคนที่อยากจะเรียนหนังสือ เพราะตอนเด็กๆ พ่อจะเล่าให้ฟังว่ามีญาติเป็นทนายความ ว่าความเก่งมาก ชนะคดีเยอะ พอได้ฟังก็รู้ว่าคนมีความรู้มันมีเกียรตินะ ดูมีหน้ามีตา และทำให้วงศ์ตระกูลดูดี เลยทำให้อยากเรียน เพราะคิดว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้เรามีได้นั่นคือการศึกษา และบ้านเราไม่มีคนได้เรียนหนังสือ

พอไม่มีค่าเทอม ครูก็เลยให้ไปขุดส้วม แลกกับค่าเทอม ก็ขุดไป 10 กว่าห้อง ขุดอยู่เกือบเดือน เพราะเป็นเด็กยากจนเรา ก็ไม่ได้คิดหรอกว่ามันลำบาก เป็นเรื่องธรรมดา ถามว่าอายเพื่อนมั้ยที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ มันอายไม่ได้ หมดสิทธิ์ที่จะอาย สมัยเรียนก็ไม่มีข้าวกลางวันกิน ต้องหนีไปอยู่ห้องสมุด เพื่อนนั่งกินข้าว จะไปนั่งมองเพื่อนกิน เดี๋ยวมันก็จะหิวตามเพื่อน

แม้จะลำบากแค่ไหน ก็ไม่เคยคิดหนี ออกจากบ้านเอาตัวรอดคนเดียว เพราะเราถูกสอนมาให้รักพ่อแม่ เป็นห่วงพ่อแม่ ก็อยากให้เค้าสบาย ไปรับจ้างก็ไม่เคยเอาค่าจ้าง ให้แม่หมด เวลาอยากดูหนัง ก็ไปมุดผ้าดูเอา ผมเลี้ยง พ่อแม่จนกระทั่งท่านจากไป แม่ยายด้วยเราก็ดูแล

ตอนนั้นตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ ตอน อายุ 18 มากับเพื่อน 2 คน ก่อนที่จะมา ตอนนั้นย้ายไปอยู่กำแพงเพชร เช่าที่นา 50 ไร่ คิดว่าจะมีข้าวกิน ทำไปจนข้าวเหลืองทั้งทุ่ง มีความหวัง แต่ฝนดันตก 1 อาทิตย์ ก็เลยท้อแท้ ตอนนั้นมีต้นทุนแค่ร่างกายของตัวเอง อยากจะมาชกมวยที่กรุงเทพฯ

วุฒิอะไรก็ไม่มี ม.3 ก็ไม่จบ นั่งรถไฟมามีเงินติดตัวมา 300 บาท เดินจากหัวลำโพงไปหัวตะเข้ ไม่กล้านั่งรถเมล์ เพราะไม่รู้ว่ามันราคาเท่าไร เดินประมาณ 4-5 ชั่วโมง ไปแล้วก็ไม่เจอเพื่อน ก็เดินกลับมาพระโขนงไปปากน้ำ ไปหาพี่ชายเพราะ พี่ชายตาบอด ไปอยู่ดูแลคนพิการก่อน

และก็ทำงานก่อสร้างควบคู่ไปด้วย อยากจะทำงานโรงงาน แต่ไม่มีคนรับ ไปตระเวนสมัครตังค์หมด ต้องไปนอนวัดก็ขอข้าวที่วัดกิน และขอเงินหลวงพ่อกลับ ตอนนั้นลำบาก แต่ก็เคยลำบากกว่านั้นมาแล้ว ชีวิตเคยต้องหาปลา หาหน่อไม้ไปแลกข้าวกิน วันนี้ชีวิตดีกว่าวันเก่าๆ เยอะ มีครบทุกอย่างแล้ว แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยวัตถุมาก ความจนมันสอนเราหลายอย่าง

สตันท์แมนกับสแตนด์อินต่างกัน เพราะสแตนด์อินต้องเล่นแทน แต่สตันท์แมนก็เล่นเป็นตัวเอง ก็จะเจ็บๆ หน่อย อุปกรณ์การเซฟก็ไม่มีนำ เพราะต้องซ้อมกันล่วงหน้าเป็นเดือนๆ แต่ก็เคยหล่นสลิงอยู่ครั้งนึง เป็นหนังไทย สูงประมาณ 5-6 เมตร เป็นฉากมอเตอร์ไซค์ ชนขอนไม้ก็หล่นกระแทกพื้น นอนพักรักษา ตัวอยู่ 1 เดือน

สำหรับชีวิตครอบครัวก็แยกย้ายกัน เพราะไม่ค่อยมีเวลาให้เค้า ผมเป็นคนโรแมนติกนะ รักครอบครัว แต่คิดแค่ว่าจะทำอย่างไรให้ครอบครัวมั่นคง ต่างคนต่างทำหน้าที่ คิดง่ายไปก็เลยทำให้มันขาดความใกล้ชิด เค้าก็ไปหาคนใกล้ชิดคนอื่น มีลูก 3 คน ลูกสาวโตเป็นหนุ่ม ส่วนลูกชายโตเป็นสาวแล้ว

ถามว่าเหนื่อยมั้ยที่ต้องเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว เหนื่อยครับ แต่ต้องทนต้องรับผิดชอบความยากของตัวเอง ก็ต้องเลี้ยงเค้าให้ดีที่สุด ตอนนี้ก็มีคนใหม่เข้ามาก็คุยๆ กันอยู่ แต่คงไม่แต่งงาน

คนมีวาสนา จะไม่เลื่อนผ่านบทความนี้ อยากให้อ่านดีมาก

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีรถหรูเพียงใดขับ

แต่อยู่ที่ขับรถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีบ้านหลังใหญ่โตเพียงใด

แต่อยู่ที่ในบ้านมีเสียงหัวเราะหรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่พ่อแม่เหลือมรดก ไว้ให้คุณหรือไม่

แต่อยู่ที่พ่อแม่แข็งแรง ให้คุณดูแลปรนนิบัติหรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีคู่ชีวิตสวย หรือหล่อเพียงใด

แต่อยู่ที่เขาและเธอเข้าใจคุณ หรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่ลูกของคุณเรียนเก่ง ทำงานเก่งเพียงใด

แต่อยู่ที่กตัญญูรู้ คุณหรือไม่?

ไม่ได้อยู่ที่คำหวานหู หรือเสียงปรบมือเมื่อคุณมีเงินนั้นดังเพียงใด

แต่อยู่ที่เมื่อคุณล้มลงยังมีอีกหลายมือยื่นมาฉุด ให้คุณลุกขึ้นยืนใหม่ อีกครั้งหรือไม่

เพราะฉะนั้น อย่าอวดว่ามีเงิน เพราะยามเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล มันไม่ต่างอะไรกับกระดาษ

อย่าอวดในตำแหน่งหน้าที่ที่มีอยู่

เพราะวันใดที่คุณล้มป่วย ยังมีคนเป็นจำนวนมากที่ทั้งเก่ง และเยี่ยมยอดรอเสียบตำแหน่งต่อจากคุณ

อย่าอวดรถยนต์ที่คุณขับ เพราะวันใดที่คุณจากไป กุญแจรถก็อยู่ในมือ ของคนอื่น

อย่าอวดว่ามีบ้านหลังใหญ่โต วันที่คุณจากไป มันก็เปลี่ยนเป็น ของคนอื่น

สุขอยู่ที่ใด สุขอยู่ที่ใจ รู้ใจได้สุข

ความสุขของคนเราแตกต่างกัน

บางคนไปท่องเที่ยว เพราะ มีเวลา มีเงิน ไม่มีใครให้พะวง

บางคนชอบขี่จักรยาน ได้ออกกำลังกาย เห็นสิ่งสวยงามที่ซ่อนเร้น อยู่รายทาง

บางคนชอบ เข้าวัด ทำบุญภาวนา ทำจิตใจให้สะอาด ดื่มด่ำ ในรสพระธรรม

บางคนชอบทำสวน ปลูกพืชผักเป็น งานอดิเรกที่แสนวิเศษ

ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม อุทิศตนให้สาธารณะกุศล

ผู้ที่อุทิศตนให้กับประเทศชาติ เป็นบุคคลระดับมันสมอง เป็นทรัพยากรที่มีค่า

การเลี้ยงดูหลาน เขาว่าแขนงแรงกว่ากิ่งจริงนะ เป็นความสุขที่ได้ช่วยลูกสุดที่รัก และเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเลือดเนื้อเชื้อไข

การดูแลสามีและภรรยาสุดที่รักประเสริฐนัก คนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ทำให้รู้ว่าน้ำตาลไม่มีวันคลายรสหวาน

บางคนได้ดูแลบุพการี โชคดีที่ได้ปรนนิบัติพระอรหันต์ สุขที่ได้ทำเพื่อท่านก่อนสายเกิน

สุขใครสุขมัน สุขในสิ่งที่ทำ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

บางคนสวรรค์อยู่ในบ้าน แค่เอนกาย มีเพลงเบาๆ เขาก็ว่าสุขแล้ว

ชีวิตบั้นปลายแตกต่างกัน

เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใครและเอาอย่างใคร

ที่มา rugyim

เซฟเก็บไว้เลย ขั้นตอนและวิธีทำ เตาเผาถ่าน จากบ่อปูนซีเมนต์

ด้วยเศรษฐกิจที่ไม่ดีในปัจจุบันทำให้หลายท่านเริ่มมองหา รายได้เสริมด้านอื่นกันมากขึ้น วันนี้จึงขอเสนออีกหนึ่งไอเดีย ที่สามารถสร้างรายเพิ่ม ให้แก่ทุกท่านได้มากเลยทีเดียว แต่หลายคนอาจคิดไม่ถึง นั่นคือ เตา เผาถ่าน จากบ่อปูนซีเมนต์นั่นเองค่ะ โดยสูตรนี้ได้ไอเดียมาจากคุณโจน จันได ปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีค่ะ

เตาเผาถ่าน จากบ่อซีเมนต์ สุดยอดไอเดีย

ดูองค์ประกอบ แล้วน่าใช้มากๆเลยค่ะ

เริ่มต้นการ ขุดหลุม ให้ลึกประมาณ 30 เซนติเมตร แล้วหาวงบ่อปูนซีเมนต์มาวางไว้ในหลุม 2 บ่อต่อกัน

แล้วอย่าลืม รองพื้นด้วยเสาปูน เพื่อเป็นฐานให้กับบ่อ

จากนั้นปั้นดินที่ขุด ออกครอบไปที่วงบ่อซีเมนต์ ใส่ท่ออากาศ

นำไม้ไผ่มาเรียง ต่อกัน เพื่อปิดรูอากาสไม่ให้อากาศออก ระหว่างรอยต่อของท่อ ดังรูป

เริ่มลองใช้กันเลยค่ะ จุดไฟที่ช่องว่างด้านล่าง ที่ใช้เสาปูนเป็นฐาน แล้วทำการใส่ไม่ดิบลงไป

ไม่มีควันออกมาจากปล่องควันแล้วเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ได้ถ่านดำด้วยวัสดุง่ายๆ ติดไฟจากเตาที่มีประสิทธิภาพ ด้วยฝีมือเราเองแล้วค่ะ โดย 50 กิโลกรัม จะขายอยู่ที่กระสอบละ 250-400 บาท เลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูล : kaijeaw.com