อย่าทำให้แขกลำบากใจ งานแต่ง ทำไมต้องกำหนด Theme สีชุด

เราก็เห็นกันอยู่แล้วว่างานแต่งในปัจจุบันนี้ต้องสวยหรูงดงาม แขกในงานก็ต้องใส่ชุดมาในตีมสีเดียวกัน เพื่อความสบายตาและดูดี แต่เราจะหารู้ไม่ว่าคนที่อยากจะมาร่วมแสดงความยินดีบางคนเขาอาจจะไม่มีกำละงพอที่จะไปเช่าชุดสวยๆมา ฉะนั้นแล้วการจัดงาน อย่าทำให้แขกลำบากใจ เหมือนกับข้อความต่อไปนี้ อยากให้ผู้จัดได้อ่าน เชื่อว่าท่านจะได้แนวคิดใหม่ๆในการที่จะจัดงาน.

สมัยนี้งานแต่งงาน เจ้าภาพมักกำหนด “theme” (ชอบออกเสียงกันนักว่า ตีม) ชุดอย่างนี้ สีอย่างนั้น…เคยได้รับเชิญไปงานแต่งที่ กทม. ไม่ได้อ่านบัตรเชิญละเอียด เลยแต่งเสื้อนอกไหมไทยไป โดนเจ้าภาพล้อว่าแต่งตัวต่างจากคนอื่น.นึกอยู่ในใจว่า อุตส่าห์นั่งเครื่องบิน ไป-กลับ 5,000 กว่าบาท.ค่าแท็กซี่ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวพร้อมเงินใส่ซองจำนวนหนึ่ง เบ็ดเสร็จหมื่นกว่าบาท.แต่มาถึงงานได้รับคำทักแบบนี้แทบจะวิ่งออกจากงานไปเลย.

ข้อความต่อไปนี้มาจากไลน์กลุ่มเพื่อนนิด้า มันแทงใจดำ อ่านสักหน่อยนะครับ “ตีม theme” มันคือยังไงกันจริงๆงานแต่งหลายงานที่ไม่ได้ไปแค่ฝากซอง.ก็เพราะการกำหนดชุดตีมงาน.ใส่ซองแล้วยังต้องมาเช่า หรือ ซื้อชุดเพื่อไปงานเลี้ยงอีกอ่านให้จบนะครับ.ดีมากๆแต่เสียดายที่ไม่ทราบว่าผู้ใดเขียน.อยากให้เครดิตเป็นอย่างยิ่ง.เพราะเขียนได้ดีมากๆ. ขอบคุณเจ้าของข้อความด้านล่างมา ณ ที่นี้ด้วยครับ.

ขอสอนลูกหลานในตระกูลของฉัน.ลูกหลานคนไหนมีงานออกการ์ดเชิญแขก ก็อย่าทำให้แขกลำบากใจ ทุกวันนี้ฉันไม่เข้าใจว่า ธรรมเนียมการแต่งตัวไปร่วมงาน โดยเฉพาะงานแต่งงาน ใครกันนะริเริ่มค่านิยมกำหนด? คำว่า “ตรีม/ทรีม” อะไรประมาณนี้ ต้องกำหนดให้แขกใส่ชุดสีนั้นสีนี้ อย่าทำแบบนั้นนะลูกหลาน จงจำไว้!!! เขามาเป็นแขกของเรา เขามาให้เกียรติแก่เรา เขาเสียสละเวลาทำมาหากินมาร่วมงาน เขาเอาเงินใส่ซองมาช่วยงานเรา เขามาอวยชัยให้พรเรา เราไม่ควรทำให้เขาลำบากใจ เราไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดกฏเกณฑ์ในเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะการแต่งกายของแขก เป็นสิ่งไม่สมควร แต่ละคนที่มางานเราก็นับว่าเขาแต่งอย่างดีที่สุด ตามอัตภาพของเขาอยู่แล้ว เราเชิญใครมาเป็นแขกก็ด้วยความรัก ความเคารพ ความรู้จักมักคุ้น สนิทชิดชอบพอกัน ดังนั้นเรื่องการแต่งกายเป็นเรื่องพื้นฐานที่ “เรา”ผู้เป็นเจ้าภาพ ต้องยอมรับในแขกของเรา อย่าทำให้เขาลำบากใจ ต้องเสียเงินเสียทองหาซื้อชุดใหม่ หรือไม่มั่นใจว่าใส่ชุดสีนี้ไป สีไม่เหมือนที่เจ้าภาพกำหนด เจ้าภาพจะพอใจหรือไม่พอใจ ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น แต่ละชุดที่ฉันใส่ไปร่วมงานแต่ละครั้ง อยากจะบอกว่า ทุกชุดที่แต่งไปฉันเลือกอย่างดีที่สุด และก็ไม่ได้ใส่ไปเพื่ออวดโชว์อวดรวยด้วย แต่ที่แต่งไปก็เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าภาพ เจ้าของงานทุกงานที่เชิญมา ผ้าทุกชิ้นมีราคาตัดเย็บด้วยช่างมีฝีมือ เสื้อบางตัวราคาเกือบหมื่น เป็นต้น แต่บางคนเขาสวมใส่มากางเกงขายาวเสื้อเชิ๊ต เราเป็นเจ้าภาพก็ต้องต้อนรับเขาอย่างดี เพราะเขาเป็นแขกของเรา ก็สุดแท้แต่สถานะของแต่ละบุคคล.แต่เดิมทีการเชิญแขกมาร่วมงาน “เพียงแค่แขกเดินทางมาตามคำเชิญ เจ้าภาพก็ดีใจอย่างมากแล้ว” ดังนั้นลูกหลานของฉัน!!! จงอย่าทำให้แขกลำบากใจ ในการที่จะแต่งกายมาร่วมงาน หากพวกเธอคิดว่าเป็นค่านิยมสมัยใหม่ที่เธอชอบใจ ก็ขอให้ทำกันเฉพาะในกลุ่มเพื่อนพ้องญาติพี่น้องของเธอ ไม่สมควรที่จะกำหนดลงไปในการ์ดเชิญ ฉันขอสั่ง/สอน ลูกหลานในตระกูลของฉัน อย่าให้คนอื่นเขามาด่าว่าบุพการี ว่าไม่สั่งสอนลูกหลานให้รู้ประสากัน

ความคิดเห็นจากชาวเน็ต

หลายคนเห็นด้วย

ในยุคสมัยปัจจุบันอะไรๆก็เปลี่ยนงานแต่งต้องเป็นความทรงจำที่ดี ฉะนั้นแขกที่มาร่วมงานก็ให้มาแบบสบายใจ ไม่ต้องกดดันอะไรนะคะ แต่บางทีที่กำหนดตีมงาน อาจจะไตร่ตรองดีแล้ว อย่างไรแล้วก็ใช้วิจารณญาณในการจัดนะคะ 

ขอขอบคุณที่มาจาก: ชินภัทร ตันศรีสกุล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *