บารมีหลวงปู่มั่น พระอรหันต์สายวัดป่า แค่มาปักกลด ก็สะเทือนถึงพระอินทร์

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่า เคยปรารภให้ศิษยานุศิษย์ผู้ใกล้ชิดฟังว่า สถานที่บางแห่งที่ท่านไปพำนักอยู่ แม้อยู่ในป่าเขาลึก ๆ ก็ตาม จะมีเทวดาพากันมาฟังธรรม ส่วนมากจะมากันตอนดึกสงัด โดยท่านจะทราบล่วงหน้าก่อนแล้วทุกครั้ง บางคืนจึงจำเป็นต้องงดการประชุมอบรมพระเณร เพื่อเข้าสมาธิภาวนา แสดงธรรมให้เหล่าเทวดาฟัง

เมื่อเหล่าทวยเทพมาถึง จะทำประทักษิณสามรอบโดยพร้อมเพรียง แล้วนั่งกันเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้เป็นหัวหน้าจะกล่าวแนะนำตนและหมู่คณะว่ามาจากที่แห่งใด ประสงค์จะฟังหัวข้อธรรมเรื่องใดบ้าง ท่านพระอาจารย์มั่นจะส่งกระแสจิตออกทักทายพอสมควร จากนั้นจึงกำหนดจิต ให้ข้อธรรมที่ควรแสดงผุดขึ้นมา แล้วเริ่มแสดงธรรมให้ฟังจนเข้าใจ จบแล้ว เหล่าทวยเทพก็พร้อมกันสาธุการ ทำประทักษิณสามรอบ แล้วกราบลากลับ พอออกพ้นเขตวัดหรือสถานที่ ๆ ท่านพำนัก ก็พากันเหาะขึ้นสู่อากาศ คล้ายปุยนุ่นที่ปลิวขึ้นสู่ท้องฟ้า

บางคืน เทวดาพากันมาหลายคณะ ทั้งจากเบื้องบนและเบื้องล่าง พญานาคก็มี มาเยี่ยมท่านในเวลาเดียวกัน ท่านต้องย่นเวลา โดยแสดงธรรมให้ฟังพอสังเขป และแก้ปัญหาให้เท่าที่จำเป็น เมื่อคณะที่มาถึงก่อนลากลับ คณะที่มาทีหลังซึ่งรออยู่ห่างๆ พอไม่ให้เสียมารยาทก็ทยอยกันเข้ามา ท่านก็แสดงธรรมให้ฟังให้พอเหมาะกับจริตนิสัยและภูมิของเทวดานั้น ๆ หรือตามแต่ผู้เป็นหัวหน้าคณะจะแสดงความประสงค์ว่าต้องการฟังธรรมในหัวข้อใด

มีครั้งหนึ่ง ท้าวสักกะพระอินทร์และเหล่าทวยเทพมากราบหลวงปู่มั่น ท่านพระอาจารย์ไท ฐานุตฺตโม ได้เล่าว่าหลวงปู่ตื้อเล่าถึง ท้าวสักกะพระอินทร์และเหล่าเทวดามากราบหลวงปู่มั่นว่า

ในระยะเคลื่อนมาทางจังหวัดเลย ก็พระเจ้าพระสงฆ์มาก หลวงปู่มั่นเป็นหัวหน้า แต่ว่าท่านจะขึ้นสลับปีกัน ก็ยังไม่รู้อันนี่มันฟังไปคนละตอน มานั่งภาวนา เดินมาก็เกาะบาตรเกาะกลดพักตามป่า ตามหมู่บ้านเล็กน้อย ชาวไร่ชาวสวนนะ นั่งภาวนาคืนนั้น “โอ้โธ่ !ไม่รู้อะไรเป็นอะไร บินข้ามกลด กุฏิ” หลวงปู่ตื้อว่า เป็นเส้นเป็นสายข้ามกลดพระเล็กน้อยๆ ก็ไปหาหลวงปู่ใหญ่ หลวงปู่มั่นนะ มีรถจิ๊บคันนึง รถจิ๊บ ปิ๊ด ! มาในอากาศ รถจิ๊บเป็นแก้ว มาลงรถก็ชี้มือ ชี้มือก็ลงจากรถไปกราบท่านอาจารย์ อันนี้แล้วก็กลับไป

พอดีตอนเช้าบิณฑบาตเรียบร้อย เสร็จธุระ ฉันอาหารแล้วก็เดินไปเป็นคณะ ตอนเที่ยงพักในร่มไม้มันแดดร้อน “เมื่อคืนนี้ภาวนา ใครเห็นอะไรบ้าง” ท่าน (หลวงปู่มั่น) เรียกถามเป็นบางองค์ “องค์นั้นเจ้าเห็นหยัง (อะไร) เมื่อคืนนี้ ? วันนี้เจ้าเห็นอะหยัง ? วันนี้เจ้าเห็นหยัง ?” ก็ถามไปแล้วถามหลวงปู่ตื้อ

หลวงปู่ตื้อว่า “โอ๊ย ! เห็นแต่เทวดามากันมาก ข้ามกลดผมก็มี แล้วก็มีคนผู้หนึ่งใหญ่ขี่รถแก้วลงมาในอากาศ แล้วก็มาชี้มือไปหาท่านอาจารย์”

สักพักหลวงปู่มั่นก็พูดว่า “ผู้ที่ขี่รถแก้วลงมา คือ ท้าวสักกะพระอินทร์ มาถาม เทวดาป่าไม้ไปเล่าเรียน บอกว่า พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นแล้ว เอ้ ! โคตมะนิพพานไม่กี่วันก็อุบัติขึ้นอีกแล้ว มันเกินไปมั้ง มันไม่มีตำรา ไหว้วานอยู่ไม่ได้หยุดได้หย่อนก็เลยมาถาม ท่านเป็นพระพุทธเจ้าจริงหรือ ?”

หลวงปู่มั่นตอบว่า “ตัวข้าไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้าหรอก เป็นแต่เพียงแค่สาวก ประพฤติปฏิบัติตามคำสอนพระพุทธเจ้าแค่นั้นเอง” จากนั้นก็หายลับไป

ท่านพระอาจารย์มั่นกล่าวว่า การแสดงธรรมให้เทวดาฟัง ต่างกับการแสดงธรรมให้มนุษย์ฟังอยู่มาก เทวดาไม่ว่าเบื้องบนหรือเบื้องล่าง สามารถเข้าใจข้อธรรมที่บรรยายได้เร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า เมื่อแสดงธรรมจบ เสียงสาธุการสามครั้งสะเทือนโลกธาตุ ขณะที่มาถึง ขณะนั่งฟังธรรม กระทั่งขณะที่จากไป ก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามตลอดสาย และมีความเคารพนอบน้อมอย่างยิ่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก : ประวัติท่านพระอาจารย์ตื้อ อจลธมฺโม
เกร็ดธรรมะ ประวัติ พระกรรมฐาน@Ayuthay
ขอบคุณคลิปจาก : เพจ สำนักป่าพุทธภูมิโพธิยาลัย Buddhaphumi Bodhiyalai

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *