กวาดซื้อเกลี้ยงแผง เลข หลวงพ่อคูณ มาแรงฉุดไม่อยู่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำงวดวันที่ 17 ม.ค.2562 ที่พบว่างวดนี้ได้รับความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชคอย่างมาก จนทำให้แผงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลแทบทุกแห่ง ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่นเนืองแน่นไปด้วยเหล่าบรรดาลูกค้า ทุกเพศ ทุกวัย ที่ต่างพากันทยอยกันมาเลือกซื้อกันตลอดทั้งวัน

เนื่องจากงวดนี้เลขที่เป็นที่นิยมและมาแรงอย่างมาก คงหนีไม่พ้นเลขมงคลที่เกี่ยวข้องกับ พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่มีกำหนดการในการพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ในช่วงระหว่างวันที่ 21-30 ม.ค.นี้ ตามที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น กำหนด

โดยจากการลงพื้ที่ตรวจสอบโดยเฉพาะที่แผงจำหน่ายสลากฯรายใหญ่ บริเวณ ถ.หน้าเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น พบว่ามีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อสลากฯกันตลอดทั้งวัน โดยส่วนใหญ่สอบถามถึงเลขมงคลไม่ว่าจะเป็นเลขอายุ ของหลวงพ่อคูณ เลขวันเดือนปีเกิด และเลขที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อคูณ ที่ได้รับความนิยมจากนักเสี่ยงทายอย่างมาก

นายลำดวน มณีแจ่ม เจ้าของร้านจำหน่ายสลากฯ รายใหญ่ ของ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า นอกจากเลขวันครู คือ 16 ที่ได้รับความนิยมแล้ว งวดนี้เลขเด่นเลขดังที่มาแรงอย่างมากคือ เลขมงคลของหลวงพ่อคูณ ไม่ว่าจะเป็นเลขอายุ ของหลวงพ่อคูณ ในช่วงของการมรณภาพคือ 92 เลขวันประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพคือ 29 หมวดเลขจำนวนร่างครูใหญ่ที่ร่วมในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ ประจำปีการศึกษา 2561 คือ 647 รวมไปถึงหมวดเลขประจำเรือ นรข.ที่ใช้ในการลอยอังคารและอัฐิของหลวงพ่อคูณ คือ 169 ที่ได้รับความนิยมจากคอหวย ขอซื้อสลากฯในกลุ่มเลขดังกล่าวตลอดทั้งวัน ซึ่งทางร้านยังคงราคาจำหน่ายที่ใบละ 80 บาท ตามที่รัฐบาลกำหนด

จะเห็นได้ว่าหมวดเลขมงคลที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อคูณนั้น ถูกสอบถามมาตั้งแต่ต้นเดือน ซึ่งทางร้านได้นำมาวางจำหน่ายตามยอดของการสั่งซื้อเพื่อให้ลูกค้านั้นได้ร่วมเสี่ยงโชค คู่กับเลขกลุ่มอื่นที่เป็นที่ต้องการของลูกค้า ซึ่งร้านมีให้บริการทั้งแบบจำหน่ายเป็นชุดและจำหน่ายแบบแยกฉบับทั้งหมด” นายลำดวน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในย่านจำหน่ายสลากฯ ในเขต จ.ขอนแก่น แทบทุกจุดจะพบว่าหมวดเลขมงคลในหลวงพ่อคูณนั้น ยังคงมีคงเหลือไม่มากนัก ซึ่งเหล่าบรรดาพ่อค้าและแม่ค้าส่วนใหญ่บอกว่าหมวดเลขมงคลหลวงพ่อคูณจะขายดังตั้งแต่งวดประจำวันที่ 17ม.ค.ไปจนถึงงวดวันที่ 1 ก.พ.อีกด้วย

นักท่องเที่ยวฝรั่งเที่ยวไทย สอนกันกราบอย่างน่ารัก คนไทยเห็นแล้วอมยิ้มเลย

มารยาทของคนไทยที่ชาวต่างชาติเห็นแล้วชื่นชอบเป็นอย่างมาก อย่างมารยาทไทย การไหว้ ร่วมไปถึงประเพณีทางศาสนา การกราบ เป็นท่าที่สวยงาม

ล่าสุด ได้มีคลิปชาวต่างชาติกลุ่มที่ได้มาเที่ยวสถานที่ทางศาสนาแห่งในประเทศไทย แล้วได้ทำตามพิธีทางศาสนา กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างถูกวิธี บอกเลยว่าเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้จริงๆ เป็นยังไงนั้น ตามไปดูกันเลยครับ

ฝรั่งเที่ยวไทย

สอนกันกราบด้วย

แบบนี้ๆ

น่ารักมาก

เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้

สุดยอดมาก

ต้องชื่นชมนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มากๆ ที่ทำตามประเพณีไทยได้อย่างสวยงาม และถูกต้อง คนไทยเห็นคลิปนี้แล้วบอกเลยว่าอมยิ้มกันอย่างแน่นอน

เรียบเรียงโดย : kaijeaw.net ขอขอบคุณข้อมูลจาก เด็กหลังห้อง

ประเดิมวันแรก ตำรวจไม่ยอม ลั่น “ใบขับขี่มือถือ” ใช้แทนไม่ได้ ขอตรวจไม่มีตัวจริง “จับ ปรับ เหมือนเดิม”

หน่วยงานรัฐทำงานใกล้ชิดกันแท้ๆ ทำไมไม่คุยตกลงกันให้เรียบร้อยก่อน? ฝ่ายตำรวจชี้ใบขับขี่ดิจิตอลจะเร่ิมใช้วันนี้ วุ่นแน่ กฎหมายยังไม่เปิดทางให้ใช้ ลั่นขอตรวจใครไม่มีตัวจริงจับเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากวันนี้ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จะเร่ิมใช้ใบขับขี่ดิจิตอล โดยให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสแกนใบขับขี่ใส่ไว้ในโทรศัพท์มือถือ หรือ สมาร์ทโฟน

สำหรับแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเมื่อถูกเรียกตรวจ พร้อมประโยชน์อื่นๆ ซึ่งหวังแก้ปัญหาลืมพกพาและสอดคล้องกับวิถีชีวิตประชาชนปัจจุบันนั้น ส่อเกิดปัญหาขึ้นในทางปฏิบัติ เมื่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ยังไม่ตอบรับ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.เอกลักษณ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะคณะทำงานแก้ไขกฎหมาย สตช. กล่าวถึงกรณีที่กรมการขนส่งทางบก จะนำใบขับขี่ดิจิตอลมาใช้ ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.นี้ ว่า

ทางปฏิบัติการเรียกตรวจผู้ขับขี่ทำผิดกฎหมายจราจร ผู้ขับขี่จะต้องแสดงใบขับขี่ต่อเจ้าพนักงานตำรวจจราจร และหากกระทำผิดจริง ตำรวจมีอำนาจยึดใบขับขี่และออกใบสั่งให้ผู้กระทำความผิดชำระค่าปรับตามกฎหมาย

โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 140 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จราจรทางบกปี 2522 ซึ่งกฎหมายฉบับดังกล่าว อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเรื่องการยกเลิกเรียกเก็บใบขับขี่ เพื่อให้รองรับการใช้ใบขับขี่ดิจิตอลตามที่กรมการขนส่งทางบกเสนอ

โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาวันที่ 17 ม.ค.นี้ ดังนั้น ระหว่างนี้ ตำรวจจราจรยังมีอำนาจที่จะยึดใบขับขี่ หากไม่สามารถนำใบขับขี่มาแสดงได้ จะมีความผิดเพิ่มอีกข้อหาไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่

พล.ต.ต.เอกลักษณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ กฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.จราจรทางบก กับ พ.ร.บ.ขนส่งทางบกขัดแย้งกัน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งไปยังอธิบดีกรมการขนส่งทางบกทราบแล้ว เพื่อขอให้เลื่อนการใช้ใบขับขี่ดิจิตอลออกไปก่อน

จนกว่าการแก้ไขกฎหมายจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติระหว่างผู้ขับขี่กับตำรวจจราจร อย่างไรก็ตาม หากกรมการขนส่งทางบกยืนยันจะใช้ใบขับขี่ดิจิตอลตามกำหนดที่วางไว้โดยไม่รอกฎหมายใหม่ เชื่อว่าจะมีปัญหาแน่นอน เพราะตำรวจจราจรมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยรัฐ

ลูกศิษย์แชทลาครู เหตุไปโรงเรียนไม่ได้ “ครูภูมิ”มาดเข้ม รีบบึ่งจยย.กว่า 10 กิโลรับถึงบ้าน โซเชียลชื่นชมความทุ่มเท

เป็นเรื่องราวของคุณกับลูกศิษย์ ที่ได้อ่านเรื่องราวแล้ว เกิความประทับใจขึ้นอย่างมาก เมื่อครูหนุ่มหล่อเข้มรายหนึ่ง ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับของตัวเองกับลูกศิษย์คนหนึ่ง เมื่อลูกศิษย์ของตนนั้นไม่มีคนมาส่งที่โรงเรียน “ครูภูมิ” เลยอาสาไปรับเองเลย

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้ระบุไว้ว่า “ภาระกิจเช้านี้เมื่อนักเรียนจะมาเรียนแต่ไม่มีคนมาส่งที่บ้านไปทำงานยังไม่กลับ แว้นอย่างไว จากโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” ต้องให้ทันคาบแรก เมื่อเทคโนโลยีทันสมัย หาตัวไม่ยาก 555+ แบตก็จะหมดพระเจ้า”

โดยเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อนักเรียนคนดังกล่าวได้ส่งแชทมาหาคุณครูว่าไม่สามารถไปโรงเรียนได้ เนื่องจากไม่มีคนไปส่ง ก่อนที่ครูภูมิบอกว่า “ครูที่ปรึกษา เราต้องเป็นมากกว่าครูที่ต้องดูแลเด็ก ๆ ทั้ง 37 คน ถ้าเขาไม่ไว้ใจเรา เราต้องได้ใจเขาก่อน เราไม่ได้สอนให้เขากลัวเราแต่สอนให้เขาเกรงใจ เพราะเราทำมากกว่าการเป็นครู”

ก่อนที่จะเผยว่านักเรียนคนดังกล่าวนั้น ปกติแล้วจะอาศัยอยู่กับคุณยาย ช่วงแรก ๆ ตื่นสายมาไม่ทันเรียน ก็เลยให้เขาตื่นไวขึ้น จนทุกวันนี้เขามาทันตลอด นี้พึ่งครั้งแรก แต่เขาอยากมาเรียน การเรียน ไม่มีติด 0 ร มส

และต่อมาได้เผยภาพคู่ระหว่างครูภูมิกับลูกศิษย์ ขณะไปรับเพื่อมาส่งที่โรงเรียน งานนี้ทำเอาชาวเน็ตแห่แซวกันยกใหญ่เลยว่า “หน้าเหมือนพ่อลูกกัน” ตัวของครูภูมิเองก็ขำและบอกว่าไม่ใช่จริงๆ

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม

ที่มา ครูภูมิ ฮะเก๋า

คนทำดีต้องชื่นชม “นายอำเภอ” หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ชวนภรรยา มาปัดกวาดเช็ดถู ห้องน้ำหลังคนใช้เสร็จในแต่ละวัน

หลายคนที่มองอาจจะคิดว่าเป็นการสร้างภาพแต่พอมองที่มุมมันทำให้รู้สึกดีแบบบอกไม่ถูก ล่าสุดทางเฟซบุ๊กคาเธ่ย์ หมี ได้โพสต์ภาพ นายอำเภอจังหวัดร้อยเอ็ด หลังจากที่คนใช้ห้องน้ำ เสร็จสิ้นในแต่ละวัน ท่านและภรรยา..จะนำอุปกรณ์ มาปัดกวาดเช็ดถู ห้องน้ำให้สะอาดพร้อมใช้เสมอ  ทั้งคู่​ ทำมานานแล้ว จนเป็นภาพชินตาของผู้ใต้บังคับบัญชา ณ ที่ว่าการอำเภอหนองพอก

ที่มา คาเธ่ย์ หมี

รับสมัครด่วน ไม่ต้องมีประสบการณ์ ไม่ต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร รายได้งาม สวัสดิการเยี่ยม

โอกาสดีมาแล้ว เชื่อได้ว่าตอนนี้หลายท่านคงจะกำลังมองหางานทำ หรือ ต้องการเปลี่ยนงานใหม่ เพื่อเริ่มต้นชีวิตสร้างครอบครัว บริษัท ชาร์พ แอพพลายแอนซ์ ประเทศไทย จำกัด (ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ) เปิดรับสมัครพนักงานด่วน มีอบรมวันที่ 15 และ 17 ม.ค.2562

รับวุฒิม.3/ม.6/ปวช./ปวส. อายุ18-33ปี ไม่มีรอยสักนอกร่มผ้า ไม่ต้องมีประสบการณ์ ไม่ต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร ชายสูง160ขึ้น หญิงสูง155ขึ้น น้ำหนักไม่เกิน 85 กก.ไม่ทำสีผม งานดี มีรถรับส่ง มีโอทีตลอด มีสวัสดิการค่ากะ ค่าอาหารต่างหาก เฉลี่ยเดือนละ 15,000-19,000 บาท

สมัครได้ที่ คุณแอม 095-2657155 หน้านิคมอุตสาหกรรมเวลโกร์ล จ.ฉะเชิงเทรา

ภาพจาก Amy Nilumon

ขอบคุณ Amy Nilumon

พระสิริโฉมงดงามยิ่ง รวมพระฉายาลักษณ์ เจ้าหญิงของไทย เมื่อครั้งทรงพระเยาว์

วันเด็กแห่งชาติในปี 2562 นี้ ได้รวมพระฉายาลักษณ์ ราชินีและ เจ้าหญิงสูงศักดิ์ เมื่อครั้งที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ ซึ่งทุกพระองค์นั้นทรงพระสิริโฉมงดงามยิ่งนักโดยเฉพาะเจ้าหญิงจากประเทศไทย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

เจ้าหญิงนักกฎหมายของคนไทย และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เจ้าหญิงแฟชั่นของไทย และปัจจุบันพระองค์หญิงฯ ยังได้ทรงขึ้นแท่นเป็นเจ้าหญิงที่มีสไตล์มากที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งทั้งสองพระองค์นั้นทรงน่ารัก

ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และยิ่งพระองค์ทรงเจริญชันษามากขึ้น ก็ยิ่งทรงพระสิริโฉมงดงามเป็นอย่างมาก เริ่มกันที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์สมัยทรงพระเยาว์ ท่านหญิงทรงอ้วนมาก เสด็จพ่อ(ในหลวงรัชกาลที่สิบ)ทรงแนะนำ

ให้ออกกำลังกาย ท่านหญิงเลยได้ลองเล่นกีฬาหลายอย่างตั้งแต่ทรงพระเยาว์ทรงเห็นพระองค์ภาฯ ขี่ม้า รู้สึกว่าเท่มาก เลยอยากเรียนขี่ม้าด้วย เป็นแรงบันดาลใจให้ได้ลองขี่ตั้งแต่นั้น แต่ก็มีช่วงที่ทรงเบื่อบ้าง เคยหยุดเล่นไปช่วงนึงเหมือนกัน

ต่อมาทรงได้แรงบันดาลใจจากนักแบดมินตันท่านหนึ่ง ทำให้อยากลองเล่นแบดมินตันบ้าง พอไปตรัสกับคนอื่นว่าอยากแข่งแบด หลายคนก็ไม่เชื่อว่าท่านหญิงจะเอาจริง แต่สุดท้ายก็ทำได้ ทรงติดทีมชาติเมื่อปี 2556ตอนทรงพระเยาว์

เสด็จพ่อทรงมีรับสั่งให้ลูกข้าราชบริพารมาเล่นด้วย ก็เล่นกันเหมือนเพื่อนทั่วไป ไม่ได้มีระดับความห่างหรือแบ่งชนชั้นอะไรเลย สมัยมัธยม ทรงเรียนพิเศษเหมือนเด็กคนอื่นๆ ทั่วไป บางทีมีหมายกำหนดการไปทรงงานที่อื่น พอเสด็จกลับมา

ก็ต้องเรียนเสริมเพิ่มให้ทันคนอื่น กีฬาทำให้ท่านยิ่งได้เปลี่ยนตัวเอง จากแต่ก่อนเป็นคนที่ท้อแท้ง่าย ก็อดทนมากขึ้น ฮึดมากขึ้น ขยันมากขึ้นท่านหญิงทรงไม่โปรดวิชาเลขและฟิสิกส์ วิชาที่ทรงโปรดคือประวัติศาสตร์และสังคม

ตอนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นช่วงที่ท่านหญิงเครียดและกดดันมาก ท่านหญิงตรัสเลยว่า เกลียดชีวิตช่วงมอห้าขึ้นมอหกมากที่สุด เพราะเรียนหนักมาก ในตอนนั้น เสด็จพ่อทรงเป็นห่วงและตรัสถามแบบพ่อแม่ทุกคน จะเอนท์ได้มั้ย

จะเอนท์ตามเพื่อนรึเปล่า อนาคตอยากเป็นอะไร จริงๆ เสด็จพ่อทรงอยากให้ท่านหญิงไปเรียนที่เมืองนอก แต่ทรงเลือกไม่ไปต่างประเทศเพราะกลัวคิดถึงเพื่อนพอสอบติดคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ก็กลับมาตรัสทูลเสด็จพ่อว่าเอนท์ติดแล้วนะ

ท่านก็แย้มพระโอษฐ์ จากนั้นท่านไม่เคยตรัสถามเรื่องเรียนเลย เหมือนท่านทรงโล่งใจแล้วพอเข้ามาเรียนที่จุฬาฯ ต้องปรับตัวพอสมควร ต้องถอดความเป็นเจ้าหญิงทิ้ง จำได้เลยว่าวันแรกๆ ต้องเข้าไปหาเพื่อนก่อน หวัดดีฉันชื่อนี้ๆ นะ

เพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย และด้านกฎหมาย ซึ่งทรงมีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนปฏิบัติพระกรณียกิจสนองพระเดชพระคุณ ในการเสด็จแทนพระองค์อยู่โดยเสมอมา เมื่อครั้งที่ทรงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นอกจากนี้พระองค์ยังสนใจด้านกฏหมาย โดยเข้ารับราชการในปี พ.ศ. 2549 ในตำแหน่ง อัยการผู้ช่วย สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ดำรงค์ตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดระยอง

เกษตรกรคนรุ่นใหม่ ปลูกผักขายแบบขำๆ กำไรเดือนละ 2 แสน

วันนี้เรามีเรื่องราวของเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่ทิ้งสังคมเมืองหันไปใช้วิถีชีวิต “เกษตรกร” เหตุผลว่าทำไมหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งจึงเลือกมอง “ต่าง” ในคุณค่าและความหมายลึกๆ ซ่อนอยู่ในอาชีพเกษตรกรรม ที่พวกเขาแวะเวียนมาเจอกันในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “เครือข่ายเกษตรกรกล้าใหม่”

“ผมมีรายได้จากการขายผักสลัดให้กับร้านสเต๊ก หักค่าใช้จ่ายแล้ว กำไรเดือนละ 2 แสนบาท ในจำนวนนี้ไม่รวมเงินเดือนที่ผมจะกันไว้เป็นค่าตอบแทนให้ตัวเอง เดือนละ 2 หมื่นบาท”

โจ้-จิรายุทธ ภูวพูนผล เจ้าของสวนผักและร้านสเต๊ก “โอ้กะจู๋” อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวและยิ้มอย่างมีความสุข

ด้วยต้นทุนเดิมที่สนใจการปลูกผัก และต้นทุนใหม่คือความรู้ที่เรียนจบมาโดยตรงในด้านการเกษตรที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ทำให้ โจ้ รู้จุดอ่อนของเกษตรกรรุ่นเก่า คือการหาช่องทางการตลาดและจัดจำหน่าย คุณโจ้และเพื่อนจึงร่วมหุ้นกันเปลี่ยนลานจอดรถ ขนาด 2 ไร่ ให้เป็นสวนผัก และเปิดร้านอาหารติดกัน โดยใช้ผักที่ปลูกเองเป็นวัตถุดิบ

เมื่อผนวกสายตาของคนรุ่นใหม่เข้ากับเรื่องการตลาด คุณโจ้ยังใช้สื่อใหม่อย่างโซเชียล เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักสวนผักและร้านสเต๊กโอ้กะจู๋มากยิ่งขึ้น

ภาพผักสลัดสดใหม่และภาพอาหารหน้าตาน่ารับประทานที่โพสต์ขึ้นสังคมออนไลน์อยู่ไม่ขาด ก็ส่งผลให้มีแฟนเพจแวะเวียนมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่การตกแต่งหน้าร้านให้มีจุดถ่ายภาพและชมวิวแปลงผักระหว่างรับประทาน ก็ยิ่งทำให้ร้านมีเอกลักษณ์โดดเด่น การันตี “ปลูกได้และขายเป็น”
ร้านนี้เป็นร้านอีกสาขาของ ร้าน โอ้กะจู๋ ร้านที่มีชื่อเสียงของเชียงใหม่ แต่วันนี้ขอพามาร้าน โอ้กะจู๋ สาขา 2 ตั้งอยู่ที่ นิ่มซิตี้เดลี่ Nim city daily สาขาแยกสนามบิน จ.เชียงใหม่ ภายในโครงการแอ่วตะวา อยู่ด้านในสุด ขับรถตรงไปจากทางเข้าจนสุดก็เห็นหน้าร้านเลยค่ะ หาไม่ยาก

สาขานี้ร้าน ค่อนข้างใหญ่ รูปแบบทันสมัย ตกแต่งด้วยไฟทั่วร้าน โต๊ะต่างๆก็ถูกจัดไว้หลายมุม โต๊ะหลายขนาดร้านมี 2 ชั้น มีที่ให้นั่งรอคิว ตกแต่งด้วยสวนสวยๆ นั่งแล้วสดชื่น มีที่นั่งทั้งด้านนอก และห้องแอร์ เลือกได้ตามสบาย แบบชิลๆ

อ่านดูที่ป้ายมีสะดุด ด้วยคอนเซ็ป “ปลูกผักเพราะรักแม่”

สำหรับเมนูอาหารต่างๆ มีมากมายหลายเมนูเลยค่ะ เมนูเด็ดๆ ที่ไม่ควรพลาดเลย ของร้านนี้ก็คือ เมนูที่แรก สลัดผลไม้ ที่เสริฟในลูกเมล่อนลูกโตกับผลไม้หลากชนิด ได้แก่ สับปะรด ลิ้นจี่ แอปเปิ้ลแดงเขียว เมล่อน แก้วมังกร กีวี ลูกพีซ ลูกเกด แอลมอน คลุกเคล้ากับครีมสลัด โรยด้วยวอลนัท รสชาติช่างนุ่มนวล ฟินสุดๆ

สลัดผลไม้ ราคา 175 บาท

เมนูที่ 2 สำหรับจานหลักที่ขอแนะนำเลยว่าต้องสั่ง สเต็กสะพานโค้ง เพราะว่าอร่อย เนื้อซี่โครงนุ่มมาก ซอสที่ราดมาบอกได้เลยว่า ไม่หวานจนเกินไป อร่อยกำลังดี และคุ้มยิ่งกว่าคุ้มกับ สเต็กซี่โครงสะพานโค้ง มีให้เลือก 2 ไซส์ S กับ L แต่ขอบอกเลยว่าแค่ S ก็ใหญ่สุดๆ แล้ว เสริฟพร้อมผักสดๆ แบบไม่หวงผักกันเลยทีเดียว และเฟรนฟรายด์ทอดร้อนๆ งานนี้คนชอบกินผักกับสเต็กมีฟิน

สเต็กสะพานโค้ง S 245.-/ L 385.-

เมนูที่ 3 สเต็กทีโบนหมู เสิร์ฟคู่โฮมเมตไส้กรอก เมนูขอบอกว่า รสชาติจัดจ้านถึงใจจริง เพราะราดด้วยน้ำยำสะระแหน่ออแกนิกโรยด้วยข้าวคั่ว และทีโบนช่างนุ่มเข้ากันกับน้ำซอสดีจริงๆ ส่วนไส้กรอกก็เนื้อแน่นอร่อยดีค่ะ

สเต็กทีโบนหมู เสิร์ฟคู่โฮมเมตไส้กรอก ราคา 260 บาท

เมนูที่ 4 อันนขอบอก คนรักชีสมีฟิน เมนูนี้คือ โอ้กะจู๋ชีสทอด มอสซาเรลล่าชีสทอดกรอบๆ เสิร์ฟพร้อมสัปปะรด และผักสดๆ อร่อยฟินเว่อร์

ชีสทอด ราคา 150 บาท

เมนูที่ 5 สเต็กแซลมอนย่าง เป็นเซลมอนย่างสุกพอดี เสิร์ฟพร้อมมันบด มะเขือเทศ เรดิช และเห็ด 3 อย่าง ได้แก่ เห็ดออรินจิ เห็ดเข็มทอง เห็ดชิตาเกะ น้ำไปผัดน้ำมันมะกอก เสิร์ฟคู่กับน้ำสลัดอิตาเลี่ยน และวาซาบิ

สเต็กแซลมอนย่าง ราคา 195 บาท

เมนูที่ 6 สลัดหมูย่างหมี่กรอบข้าวกล้อง หมูย่างนุ่มๆ กินคู่กับผลไม้แอปเปิ้ล สับปะรด มะเขือเทศ และขื้นช่ายฝรั่ง กินคู่กับหมี่ข้าวกล้องทอดกรอบ ทอดด้วยน้ำมันข้าวโพดไม่มีคอเรสเตอรอล ขอบอกเด็ดที่น้ำสลัดเพราะเป็นน้ำสลัดแบบแซ่บๆ สไตล์ไทยๆ คล้ายกับน้ำจิ้มแจ่ว

สลัดหมูย่างหมี่กรอบข้าวกล้อง ราคร 165 บาท

เมนูที่ 7 แกงฮังเลเสิร์ฟพร้อมข้าวกล้อง ผักสด และน้ำจิ้ม หมูนุ่มในน้ำแกงฮังเล และแกนสับปะรด รสชาติกลมกล่อมไม่หวานมาก เสิร์ฟพร้อมผักสดๆ กินแกล้มได้เป็นอย่างดี

แกงฮังเล

เมนูสุดท้าย ขอเป็นของหวาน พูดดิ้งอัญชันออแกนิก มะพร้าวอ่อน หอมอร่อยด้วยเนื้อพูดดิ้งกลิ่นอัญชัน ราดด้วยน้ำกะทิใส่มะพร้าวอ่อน เป็นเมนูตบท้ายที่สดชื่นเลยทีเดียว

พุดดิ้งอัญชันออแกนิก มะพร้าวอ่อน 65.-

ขอบอกไว้ก่อนอาหารของที่ร้านนี้จานใหญ่มากๆ ที่สำคัญสำหรับเราแล้วถือว่าคุ้มราคา เพราะคุณภาพของอาหารและปริมาณมันเยอะจริงๆ ส่วนใหญ่คนที่มาร้านจะมาเป็นครอบครัวกัน จะมาร้านต้องโทรจองก่อนนะคะ เพราะร้านคนเยอะมากๆ บางครั้งต้องรอคิวเป็นชั่วโมง

บรรยากาศภายในสวนผัก

ขอบคุณที่มาจาก สวนผักรักคุณ ร้านโอ้กะจู๋

ข่าวดี “ธนาคารออมสิน” เปิดรับสมัครลูกจ้าง 180 อัตรา วุฒิ ม.3 เงินเดือน 12,000 บาท

ธนาคารออมสิน รับสมัครลูกจ้าง ตำแหน่งพนักงาน ขับรถยนต์ วุฒิ ม.3 จำนวน 180 อัตรา ช่วงเวลาที่เปิดรับ 2 ม.ค. 2562 ถึง 30 ธ.ค. 2562 อัตราค่าจ้าง 12,000 บาท ต่อเดือน

คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่ธนาคารกำหนด
1. สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
2. อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และไม่เกิน 45 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
3. มีใบอนุญาตขับรถยนต์
4. เพศชายต้องผ่านการรับราชการทหาร หรือผ่านการเกณฑ์ทหาร (แบบ สด.43) หรือได้สำเร็จการฝึกวิชาทหาร ชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป (แบบ สด.8)
5. ต้องไม่เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ.2559

ผู้สนใจสมัคร สามารถฝากประวัติได้กับทางธนาคาร โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ ธนาคารออมสิน เลือกตำแหน่ง “ลูกจ้างขับรถยนต์” > เลือก “สมัคร” > กรอกเลขบัตรประชาชน แล้วเลือก “สมัคร” อีกครั้ง แล้วทำการกรอกประวัติตามขั้นตอน

ธนาคารสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกใบสมัครหรือไม่คัดเลือกใบสมัคร และสงวนสิทธิ์ที่จะเรียกหรือไม่เรียกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้ารับการทดสอบ หรือสัมภาษณ์ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผลให้ทราบ และผู้สมัครจะอ้างสิทธิ์ใดๆ โต้แย้งมิได้

ทั้งนี้ คะแนนสอบข้อเขียนและหรือสัมภาษณ์ของธนาคารถือเป็นที่สิ้นสุด โดยธนาคารสงวนสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผลหรือให้ข้อมูลการทดสอบข้อเขียนและหรือสัมภาษณ์และผู้เข้ารับการสอบข้อเขียนและหรือสัมภาษณ์จะอ้างสิทธิ์ใด ๆ โต้แย้งมิได้

ทั้งนี้ ใบสมัครของท่าน ธนาคารจะเก็บเป็นข้อมูลไว้ในระบบนับถึงวันที่ 30 ธันวาคม ของทุกปี หากท่านที่มีความสนใจจะเข้าร่วมงานกับธนาคาร ให้ท่านสมัครเข้าในระบบใหม่อีกครั้ง เมื่อครบตามระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด

ทั้งนี้ ธนาคารไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทนการเข้าทำงานใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่าหลงเชื่อคำแอบอ้างและเรียกเก็บเงินเพื่อให้ท่านได้เข้าทำงานกับธนาคารออมสิน หากมีผู้ใด หรือกลุ่มบุคคลใดแอบอ้างหรือเรียกรับผลประโยชน์ กรุณาแจ้งที่ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล

แผนก”สรรหาทรัพยากรบุคคล” หมายเลขโทรศัพท์ 02 299 8000 ต่อ 030211-2 , 030221 สอบถามเกี่ยวกับการรับสมัคร โปรดโทรสอบถาม ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ส่วนสรรหาทรัพยากรบุคคล หมายเลขโทรศัพท์ 02 299 8000 ต่อ 030211-2 , 030221

ขอขอบคุณที่มา thaijobsgov

ข่าวดี! ญี่ปุ่นเปิดโครงการ ‘รับซื้อไม้โตเร็ว 5 ชนิดในไทย’ ไม่อั้น! เพื่อส่งโรงงานไฟฟ้า

ข่าวดีสำหรับเกษตรกรไทย เมื่อญี่ปุ่นเซ็นสัญญา ลงนามกับไทย เพื่อรับซื้อไม้ไม้โตเร็วกว่า 4,000 ล้านเยน เพื่อส่งโรงงานไฟฟ้า

ต้องเริ่มกันก่อนที่ว่าในตอนนี้ทางประเทศญี่ปุ่นนั้นต้องการเชื้อเพลิงและพลังงานในการผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศเป็นอย่างมากซึ่งก็จะมีผลมาจากการใช้นโยบายปริมาณการใช้ถ่านหินและยกเลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต่างๆและอาหารมาชื่อเครื่องใช้พลังงานทดแทนเป็นหลักสำคัญในการผลิตพลังงานไฟฟ้านั่นเองซึ่งบอกเลยว่าในขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์นั้นมีข้อจำกัดอย่างมากมายทำให้ผลิตไฟฟ้าได้ประมาณแค่ 5 ชั่วโมงจึงทำให้ชาวญี่ปุ่นนั้นจะต้องหาวิธีการเพิ่มพลังงานมากยิ่งขึ้น

เลยทำให้พวกเขานั้นมีเป้าหมายในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลซึ่งสามารถใช้พลังงานทดแทนได้โดยใช้วัสดุจากไม้ประมาณ 5 GW นางต้องการวัสดุวัตถุดิบที่ผลิตจากประเทศไทยเป็นหลักซึ่งเป็นการเพิ่มเชื้อเพลิงมาจากไม้อัดเม็ดนั่นเอง เมไจตอนนี้เขาต้องการชาวเกษตรกรและผู้ที่มีประกอบการและมีความต้องการซื้อไม้ซึ่งจะต้องมีการทำข้อตกลงไว้ล่วงหน้าก่อนและผู้ประกอบการทั้งหลายนั้นจะต้องเป็นผู้จัดหาซื้อได้เพียงต้นกล้าไม้คุณภาพดีตามความต้องการของประเทศญี่ปุ่นรวมถึงการฝึกอบรมให้กับชาวเกษตรกรเพื่อไปดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เขากำหนดเอาไว้

เหตุนี้เองทางบริษัท บริษัท JC Services จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าประเทศญี่ปุ่นได้ทำการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนร่วมกับโรงงานผลิต ผลิต Wood Pellet ในประเทศไทยจำนวน 20 แขวงและมีเป้าหมายในการผลิตอยู่ที่ 5 ล้านตันต่อปี

สึนามิจังหวัดพังงานั้นนำร่องแล้วมีกำลังผลิตอยู่ที่ประมาณ 700 ต้นต่อวันเท่านั้นคาดว่าจะต้องเพิ่มผลผลิตให้ได้ปริมาณ 200,000 ตันต่อปีและสามารถส่งต่อเครื่องปี 2562 และต้องการที่จะขยายพื้นที่เป้าหมายประมาณ 20 โรงงานมากขึ้นตามกำลังผลิตวัตถุดิบของแต่ละพื้นที่โดยในภาคใต้นายจะมีไม้ยางพาราเป็นจำนวนมากและในปัจจุบันนั้นมีเพียงแค่ 3 โรงงานคือในจังหวัดสุราษฎร์ธานีกระบี่และชลบุรี

และคาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 4000 ล้านเยนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอีกครั้งการเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับชาวเกษตรกรที่ได้ปลูกไม้ ส่งไปให้ทางประเทศญี่ปุ่นด้วย

Mr.Masami Nakakubo CEO บริษัท JC Service จำกัดได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลญี่ปุ่นในการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวลมากกว่า 5GW รับผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ซึ่งมีกำหนดเริ่มเดินเครื่องอยู่ที่ประมาณปีพ.ศ 2019 ฉันนั้นมีความจำเป็นอย่างมากโดยการสร้างโรงงานผลิตไม้วู้ดพาเลทเป็นจำนวน 20 โรงงานและต้องการโรงงานที่สามารถผลิตได้ 200000 50,000 ตันต่อปีซึ่งจะพิจารณาจากวัตถุดิบที่ยั่งยืนเป็นหลักอีกครั้งและตัดสินใจร่วมทุนโรงงานผลิตในประเทศไทยจำนวนของโรงงานโดยต้องการผลิตผลรวมอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านตัน

ที่ประเทศไทยนั้นน่าสนใจแต่การลงทุนแนะนำเป็นเพราะว่าประเทศไทยนั้นมีไม้ยางพาราที่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการทดแทนเนื่องจากมีการโค่นต้นไม้เพื่อปลูกทดแทนปีละประมาณ 500 ไร่ต่อปีและสามารถเข้าสู่ตลาดได้ราวราว 43 ล้านตันต่อปีซึ่งศักยภาพของไม้ยางพาราในภาคใต้นั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญแต่ทว่าในเนื่องจากยางพารานั้นมีรอบตัดฟันอยู่ที่ประมาณ 25 ปีจึงเสี่ยงต่อด้านวัตถุดิบในระยะยาวจึงได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในเรื่องการต่างด้านนวัตกรรมการจัดการวัตถุดิบและการวิจัยพัฒนาต่างๆให้เขาช่วยเราความช่วยเหลือและมีการส่งเสริมให้ปลูกต้นไม้ให้โตเร็วโดยเฉพาะไม้ยูคาลิปตัสกระถินอะเคเชียและมีการปลูกสวนป่าหรือปลูกร่วมกับยางพาราได้

เพราะถือว่านี่เป็นการสร้างมูลค่าและความยั่งยืนให้กับพื้นที่อีกทั้งยังได้รายได้ที่สม่ำเสมอนะพอสอดคล้องกับนโยบายต่างๆในการเข้ายางพาราของประเทศไทยเราเพื่อประโยชน์จากที่ตรงนี้ก็สามารถดำเนินการพัฒนาในเรื่องของการจัดป่าไม้ได้อย่างยั่งยืนและเป็นไปตามแนวทางมาตรฐานระดับสากลอีกด้วย

ไม้ที่โตเร็วเหมาะสมกับดิน
(1) กระถินอะเคเซีย (Acacia sp.)
(2) กระถินยักษ์ (Leucaena leucocephala)
(3) สนประดิพัทธ์ (Casuarina junhuniana)
(4) ยูคาลิปตัสทุกชนิด (Eucalyptus spp.)
(5) เสม็ดขาว (Melaleuca cajuputi)

ซึ่งผู้ประกอบการนั้นมีความต้องการที่จะรับซื้อไม้โดยมีการทำข้อตกลงไว้ก่อนล่วงหน้าและเป็นการถ่ายผู้จัดหาและเตรียมจัดการต้นไม้ที่มีคุณภาพและความต้องการอีกทั้งยังต้องการฝึกอบรมชาวเกษตรทั้งหลายเพื่อปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ทางญี่ปุ่นนั้นต้องการพอได้มีความเชื่อว่าโรงงานไฟฟ้านั้นสามารถแก้ปัญหาในเรื่องพลังงานได้อย่างเหมาะสมอีกทั้งยังส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกต้นไม้เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ใช้สอยจากไม้ได้อย่างคุ้มค่าตามหลักมาตรฐานนานาชาติอีกด้วยและไม้นั้นไม่ควรเป็นไม้ที่มาจากป่าธรรมชาติควรเป็นไม้ที่ปลูกด้วยตัวเองเพื่อยืนยันถึงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอันสำคัญ

แน่นอนไอ้มินก็ยังเห็นในเรื่องของกฎหมายในประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญซึ่งกรมป่าไม้นั้นได้ระบุไว้ว่าไม้บัณฑิตพันธุ์ดีของไทยอาทิเช่นไม้สักไม้แดงไม้เต็งไม้พยุงไม้ตะเคียนรวมกระทั่งไม้ไผ่ทุกชนิดคือไม้หวงห้ามซึ่งจะเป็นการปลูกเพื่ออนุรักษ์เท่านั้นจึงทำให้ไม้เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในนิดแต่อย่างใดโดยจะเน้นไปที่การปลูกไม้ยูคาลิปตัสและต้นกระถินแปรรูปเป็นวู้ดพาเลทแทน

ทั้งนี้ทางคณะวนเกษตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ได้จับมือกับโรงงานอุตสาหกรรมโรงเรียนแล้วไปลงทุนที่โรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพื่อส่งเสริมการปลูกไม้ตระกูลกฐินในจังหวัดอุบลราชธานีอุทัยธานีและจังหวัดอื่นๆซึ่งไม้เหล่านี้ก็สามารถรับมาเป็นวุ๊ดพาเลทได้อีกทั้งยังป้องตัวอย่างโรงงานไฟฟ้าและส่งออกไปยังได้ทั่วโลกแล้วก็ได้จับมือกับการยางแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมให้ชาวสวนยางปลูกยางพาราในพื้นที่ที่ดินมีเอกสารสิทธิ์และสามารถนำยาเหล่านั้นมาผลิตเป็นวู๊ดพาเลซเพื่อป้อนสู่ตลาดโลกได้

ซึ่งบอกเลยว่าวิธีนี้อาจเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศใดได้เป็นอย่างมากอีกทั้งยังทำให้ชาวเกษตรกรทั้งหลายนั้นสามารถลืมตาอ้าปากได้หากใครมีพื้นที่เหลือและสนใจก็ลองศึกษาหาข้อมูลในโครงการนี้กันดูนะคะและนี่ก็คือบทความดีๆที่เรานำมาเสนอไปในวันนี้ฉันถ้าหากใครถูกใจก็อย่าลืมกดไลค์กดแชร์กันด้วยนะคะ