เผยสูตร น้ำยางปลีกล้วย กำจัดราดำ ไล่เพลี้ยได้ทั้งสวน

เผยสูตร น้ำยางปลีกล้วย

รู้หรือไม่ น้ำยางปลีกล้วยนั้น มีประโยช์มากมายในพืช โดยส่วนใหญ่แล้วหลายคนปลูกต้นกล้วยไว้ รับประทานผล หรือขายใบขายต้น แต่วันนี้ขอเสนอน้ำยางจากปลีกล้วยค่ะ รับรองประโยชน์เพียบ

สูตรนี้ได้รับการเผยแพร่มาจาก คุณยรรยง ยาดี เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2551 ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านคือผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเกษตรผสมผสานและสารขับไล่ศัตรูพืช

และต่อมาได้รับการเผยแพร่ใน รายการ Farmer info ทางด่วนข้อมูลการเกษตร สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน ได้ยืนยันแล้วว่าสูตรนี้สามารถช่วยกำจัดโรคราแป้ง ราดำ และ โรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา ที่ระบาดกับพืชและไม้ผลได้ และกำจัดศัตรูพืชที่เป็นพาหะนำโรคต่างๆได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม

1. น้ำยางจากปลีกล้วย 150 ซีซี

2.เครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อใดก็ได้ 1 ขวด

ขั้นตอนการทำ

1. เมื่อตัดปลีกล้วยออกจากเครือใหม่ๆ จะพบว่ามีน้ำยางสีขาวขุ่นไหลออกมาจากปลีกล้วยในปริมาณมาก ให้นำขวดหรือถุงไปรองน้ำยางนั้นไว้ โดยน้ำยางปลีกล้วยนี้สามารถใช้ได้ในกล้วยทุกสายพันธุ์

2. เมื่อได้น้ำยางมาแล้วให้นำมาเทผสมกับเครื่องดื่มชูกำลังที่เตรียมไว้ โดยผสมในภาชนะที่มีฝาปิดสนิทแล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน ปิดฝาหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 1 คืน ก็จะได้น้ำหมักน้ำยางปลีกล้วย

อัตราส่วนและวิธีการใช้

นำน้ำยางปลีกล้วยที่ผ่านการหมักแล้ว 1 คืน ผสมน้ำหมัก 3 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำเปล่า 5 ลิตร แล้วนำไปฉีดพ่นทุกๆ 5-7 วัน สามารถแก้ปัญหา ราดำมะม่วง ราขาวต้นฝรั่ง ช่วยลดโรคราในพืชให้น้อยลงจนเป็นปกติ และช่วยกำจัดศัตรูต่างๆที่เป็นพาหะนำโรคราได้เป็นอย่างดี โดยสูตรนี้สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด

ขอบคุณข้อมูล : item2day

เพาะเห็ดฟางในถัง เพาะเองง่ายๆไม่ต้องง้อโรงเพาะเห็ด

วิธีการเพาะเห็ดฟางในถังนี้ เป็นเรื่องราวที่ได้รับการเผยสูตรจาก ครูชาตรี และ ทางเพจ วิชาชีวิต ได้นำเอาเนื้อหามาสรุปให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นมาให้ได้ศึกษาและลองทำตามกันดู เผื่อใครสนใจที่จะนำไปต่อยอดเพาะทานเองในบ้าน หรือ ทำเป็นอาชีพเสริม

ข้อดีของการเพาะเห็ดฟางในถัง

– ใช้พื้นที่ในการเพาะเห็ดน้อย

– เหมาะสำหรับ เพาะกินในครัวเรือน หรือ นำไปทำเป็นอาชีพเสริม

– วิธีการขั้นตอนในการทำไม่ยุ่งยาก ลงทุนน้อย ( เพราะไม่ต้องทำโรงเรือนเพาะเห็ด )

– ดูแลรักษาง่าย สามารถควบคุมความชื้น และ อุณหภูมิได้

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

– ฟางข้าว

– ตะแกรงเหล็ก

– ถังพลาสติกสีดำ ( ขนาด 40-50 ลิตร )

– ก้อนเชื้อเห็ดฟาง

– อาหารเสริมเห็ดฟาง ได้แก่ ผักตบชวา , ต้นกล้วย , ลำละเอียด , แป้งข้าวเจ้า

ขั้นตอนการเพาะเห็ดฟางในถัง

นำฟางข้าวมาแช่น้ำไว้ 1 คืน น้ำที่แช่ฟางข้าวให้ผสมกากน้ำตาลลงไปด้วย ( บางครั้งในฟางข้าวจะมีการฉีดพ่นน้ำยากันเชื้อรามา เห็ดก็ถือว่าเป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง การแช่ฟางข้าวจะช่วยล้างน้ำยากันเชื้อราออกไปจากฟางข้าวได้ในระดับหนึ่ง )

การทำอาหารเสริมเห็ดฟาง ให้นำผักตบชวา หรือ ต้นกล้วย มาสับเป็นชิ้นเล็กๆแล้ว นำไปตากแดดไว้ 1 วัน หลังจากนั้นนำมาผสมกับลำละเอียด อัตราส่วน 1:1

นำก้อนเชื้อเห็ดฟางมาทุบออก 2 ถุง ผสมกับแป้งข้าวเจ้า 2 กำมือ ลำละเอียด 2 กำมือ ขยำให้เข้ากัน ( ใช้ได้กับการเพาะเห็ดฟาง 1 ถัง )

นำถังพลาสติกมาเจาะรูที่ก้นถังขนาดรูประมาณฝาขวดน้ำ 4-5 รู ( โดยรูนี้จะช่วยระบายน้ำออกจากถัง และ ช่วยในให้อากาศถ่ายเทได้ดีตอนตัดเส้นใยเห็ด จะทำให้ได้เห็ดฟางดอกใหญ่ )

เอาตะแกรงเหล็กมาม้วนเป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 ซม. ( 1 ไม้บรรทัด ) แล้วใส่ไว้กลางถัง

** แนะนำให้ นำสายยางมาครอบไว้ตรงขอบตะแกรงเหล็กด้วย เวลาล้วงมือเข้าไปเก็บเห็ดจะได้ไม่โดนตะแกรงเหล็กบาดมือ

นำฟางข้าวที่แช่น้ำไว้ยัดลงไปในถัง บริเวณรอบนอกของตะแกรงเหล็ก ให้มีความสูงจากก้นถังประมาณ 3 นิ้ว กดให้พอแน่น จากนั้นโรยทับด้วยอาหารเสริมเห็ดที่เตรียมไว้ และนำก้อนเชื้อเห็ดที่เตรียมไว้มาโรยทับบนอาหารเสริมอีกที ( ทำซ้ำแบบนี้อีกรอบ จะได้ประมาณ 4-5 ชั้นต่อหนึ่งถัง )

** ข้อแนะนำ ให้นำอาหารเสริมกับก้อนเชื้อเห็ดโรยใกล้ๆตะแกรงเหล็ก เพราะเวลาดอกเห็ดงอก จะงอกจากด้านในตะแกรงเหล็ก

จากนั้นปิดฝาด้านบนให้สนิท แต่ยังคงเปิดรูระบายอากาศที่กันถังไว้ นำไปวางไว้ให้สูงจากพื้นประมาณ 10-15 ซม. ทิ้วไว้ในที่ร่ม ห้ามโดนแสงแดด ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน จนเกิดเส้นใยเห็ด

การตัดเส้นใยเห็ด โดยให้เปิดฝาถังออกประมาณ 20-30 นาที เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทเข้าไปในถัง แล้วปิดฝาให้สนิทเหมือนเดิม ทิ้งเอาไว้ 3 วัน เมื่อเส้นใยเห็ดฟางโดนอากาศจะจับตัวกันเป็นก้อน แล้วเจริญเติบโตเป็นดอกเห็ดต่อไป

หลังจากเปิดฝาถังตัดเส้นใยแล้ว อีกประมาณ 3 วัน เส้นใยก็จะเริ่มรวมตัวกันเป็นก้อนเห็ด แล้วจับตัวเป็นดอกเห็ดในที่สุด

เรียบร้อย เห็ดฟางในถังพลาสติก ทำง่าย ลงทุนน้อย ได้เห็ดฟางดอกใหญ่ สามารถนำถังมาเพาะซ้ำได้อีกเรื่อยๆ

เป็นอีกวิธีในการเพาะเห็ดที่น่าสนใจมากเลยครับ ถ้าใครที่มีพื้นที่น้อย ไม่มีเงินลงทุนสร้างโรงเพาะเห็ด สามารถใช้วิธีนี้เพาะเห็ดฟางไว้ทานเอง หรือ เพาะขายเป็นแหล่งรายได้เสริมได้อีกทางก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะ เห็ดฟางเป็นเห็ดที่มีความต้องการของตลาดสูงขายได้ราคาดี

แหล่งที่มา :ครูชาตรี, วิชาชีวิต, postnoname

ปลูกผักไร้ดิน บนต้นกล้วย ใช้เวลาปลูก 30 วัน เก็บกินได้

การบริโภคอาหารที่มี สารเคมีตกค้าง ส่งผลกระทบร่างกาย ของมนุษย์อย่างมาก หลายคนพยายามหลีกเลี่ยง สารเคมีตกค้าง โดยเลือกบริโภคพืชผลปลอดสารพิษ ที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ แต่สินค้าเกษตรอินทรีย์ มีราคาค่อนข้างแพงสักหน่อย หากใครอยากปลูกผักกินเอง ลองคิดนอกกรอบดูบ้าง โดยทดลองปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

การเพาะต้นกล้า

เมล็ดผักพันธุ์ดี มักมีราคาแพงมาก บางชนิดมีราคาแพงมาก เรียกว่า นับเมล็ดขาย วิธีเพาะเมล็ดพันธุ์โดยการหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงกล้า จะได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพดีน้อย และเสียหายค่อนข้างมาก เพราะต้นกล้าส่วนหนึ่ งจะถูกทำลายโดยด้วงหมัดผัก ซึ่งเป็นวัชพืชที่สำคัญมากของผักทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะกล้า และเมื่อย้ายไปปลูกในแปลงปลูกต้นกล้าก็จะช้ำ หรือเหี่ยวเฉา ทำให้มีต้นทุนในการเพาะปลูกผักที่สูงมาก

วิธีใช้เมล็ดพันธุ์อย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การตกกล้าลงในกระบะเพาะ หลุมละ 1 เมล็ด ดินสำหรับเพาะกล้า อาจใช้ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว หรือขี้เลื้อย และหรือเศษวัสดุอื่นๆ หมักจนได้ที่แล้วจึงนำมาร่อน ด้วยตะแกรงที่มีรูขนาดประมาณ 3-5 มิลลิเมตร หรืออาจจะใหญ่กว่า เพื่อแยกเอาเศษวัสดุ ที่มีขนาดใหญ่ออก หรืออาจแยกโดยลักษณะคล้ายๆ กับการแยกกรวดออกจากทราย ที่ใช้ในการฉาบปูนสำหรับก่อสร้างก็ได้ จากนั้น จึงค่อยนำดินที่มีความชื้นเหมาะสมปลูกใส่ ในกระบะเพาะ หยอดเมล็ดพันธุ์ผักลงไป จึงค่อยนำดินปลูกมาโรย ปิดหน้าอีกครั้ง เพื่อป้องกันเมล็ดพันธุ์ กระเด็นหรือลอยเมื่อรดน้ำ

หลังจากนั้นจึงนำกระบะ ที่หยอดเมล็ดพันธุ์ แล้วไปวางเรียงไว้บนชั้นที่ยกเหนือ พื้นดินประมาณ 80 เซนติเมตร ในโรงเรือน เพื่อป้องกันความเสียหาย คอยให้น้ำตามปกติ โดยให้น้ำ เป็นละอองฝอยขนาดเล็ก หากมีละอองฝอยขนาดใหญ่ เมล็ดพันธุ์ หรือต้นกล้าที่งอกอาจจะเสียหาย เนื่องจากแรงกระแทก ของน้ำได้

เมื่อต้นกล้าผักเจริญเติบโตมีใบประมาณ 3-4 ใบ จึงนำออกจากกระบะเพาะ โดยการให้น้ำก่อนแล้ว จึงค่อยๆ เคาะออก ต้นกล้าก็จะหลุดออกมา มีลักษณะเป็นแท่งตามรูปทรง ของรูในกระบะเพาะ จากนั้นจึงนำไปปลูกในแปลงปลูก  วิธีนี้แม้ว่าจะใช้เวลามาก แต่เกษตรกรสามารถประหยัดค่าเมล็ดพันธุ์ได้เป็นอันมาก และต้นกล้าแข็งแรง ไม่ชะงักหรือเหี่ยวเฉา เมื่อเคลื่อนย้ายลงแปลงปลูก และยังป้องกันความเสียหาย ของต้นกล้าพันธุ์จาก ด้วงหมัดผักด้วย

วิธีปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย

การปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย โดยปกติแล้วเกษตรกร มักตัดต้นกล้วยแก่ทิ้ง ทุกครั้งที่ตัดเครือ  ขอให้เจาะรู ที่ต้นกล้วยใน ลักษณะทแยงลงไป ให้รูมีขนาดเท่ากับแท่งดิน ที่ยึดรากต้นกล้าที่ย้ายมาจากกระบะเพาะ จากนั้นจึงเอาต้นกล้า (ผักสลัด) ยัดใส่ลงไปในรูของต้นกล้วย ที่เจาะไว้ โดยจำนวนรูที่จะเจาะ หรือจำนวนผักที่จะปลูก จากนั้นก็ไม่ต้องรดน้ำให้ผักที่ปลูก หรือรดน้ำให้ต้นกล้วยแต่อย่างใด จะทำเพียงอย่างเดียวคือ คอยค้ำยันไม่ให้ต้นกล้วยล้มเท่านั้น

หลังจากนั้น ประมาณ 30 วัน ขึ้นอยู่กับอายุของผักที่ปลูก ก็เก็บเกี่ยวผักไปขายได้เลย ผักสลัดที่ ปลูกมีรสชาติดีมาก หวาน และกรอบ ใบเป็นเงางาม ทั้งนี้ เป็นเพราะต้นกล้วยมีธาตุโพแทสเซียมสูงนั่นเอง

ใครจะนำวิธีนี้ไปทดลองปลูกก็ได้ แต่อายุผักที่ปลูกไม่ควรจะยาวนานเกิน 40วัน เพราะต้นกล้วยจะโทรมและเหี่ยวแห้ง ผักที่ปลูกควรเป็นผักกินใบที่ไม่ต้องการแสงแดดที่แรงมากนัก เพราะใบของกล้วยจะช่วยพรางแสงแดดได้บางส่วน

ที่มา technologychaoban

วิธีปลูก “ผักบุ้งกระป๋อง” ปลูกง่าย ไม่ต้องใช้ดิน

การปลูกผักบุ้งในกระป๋อง เป็นอีกหนึ่งไอเดียในการปลูกผักแบบไร้ดินที่น่าสนใจมาก โดยทำการเพาะต้นต้นอ่อนผักบุ้งในกระป๋อง ใช้เวลาเพียง 12 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว นอกจากจะประหยัดพื้นที่ในการปลูกแล้ว ยังดูแลรักษาง่ายอีกด้วย

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1. เมล็ดผักบุ้งคุณภาพดี ( หาซื้อได้ตามร้านขายเมล็ดพันธุ์ )

2. ใยสังเคราะห์ ( หากไม่อยากซื้อให้แกะเอาจาก หมอน หรือ ที่นอนเก่า )

3. กระป๋องพลาสติกสำหรับปลูก ( แนะนำให้เป็นแบบใสจะดีมาก เพราะ จะได้เห็นการเจริญเติบโตของผักบุ้ง )

วิธีการเพาะ

1.เริ่มจากการแช่เมล็ดผักบุ้งในน้ำไว้ 1 คืน

2.เทน้ำออกแล้วทำการบ่มเมล็ดผักบุ้งไว้ 2 วัน

3.ทำการนำใยสังเคราะห์ที่เตรียมไว้ รองที่ก้นกระป๋องสำหรับเพาะ

4.ทำการโรยเมล็ดผักบุ้งตามลงไป พยายามเกลี่ยเมล็ดให้ทั่วกระป๋องพยายามอย่าให้เมล็ดทับกัน แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

5.ตั้งกระป๋องเพาะทิ้งไว้ 2 วัน (ไม้ต้องปิดฝา) จนเริ่มมีใบงอกขึ้นมาให้ทำการรดน้ำ เช้า-เย็น วันละ 2 เวลา

6.เมื่อเวลาผ่านไป 6-7 วัน ก็สามารถนำมารับประทาน หรือ นำไปทำขายเป็นอาชีพเสริมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งก็ได้

เพิ่มเติม.. สูตรการทำอาหารด้วยผักบุ้งอ่อน

ผักบุ้งอ่อนผัดกระเทียม

ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ตามด้วยกระเทียมสับ นำยอดอ่อนผักบุ้งใส่ลงไป แล้วปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว แล้วผัดให้สุกเข้ากัน ประมาณ 2-3 ครั้งก็นำใส่จานรับประทานได้แล้วค่ะ

แกงส้มผักบุ้งอ่อนใส่กุ้ง

ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่พริกแกงส้มลงไป ตามด้วยกุ้งสด ปรุงรสด้วยมะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลา ขั้นตอนสุท้ายให้ใส่ผักบุ้งอ่อนตามลงไปรอให้น้ำเดือดอีกครั้งก็ปิดไฟรับประทานได้เลยค่ะ

ขอบคุณข้อมูล : สมาชิกเว็ปไซต์พันทิป คุณ swin , สมาชิกเว็ปไซต์พันทิป คุณ ta_gwang , kaijeaw