ปลูกผักไร้ดิน บนต้นกล้วย ใช้เวลาปลูก 30 วัน เก็บกินได้

การบริโภคอาหารที่มี สารเคมีตกค้าง ส่งผลกระทบร่างกาย ของมนุษย์อย่างมาก หลายคนพยายามหลีกเลี่ยง สารเคมีตกค้าง โดยเลือกบริโภคพืชผลปลอดสารพิษ ที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ แต่สินค้าเกษตรอินทรีย์ มีราคาค่อนข้างแพงสักหน่อย หากใครอยากปลูกผักกินเอง ลองคิดนอกกรอบดูบ้าง โดยทดลองปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

การเพาะต้นกล้า

เมล็ดผักพันธุ์ดี มักมีราคาแพงมาก บางชนิดมีราคาแพงมาก เรียกว่า นับเมล็ดขาย วิธีเพาะเมล็ดพันธุ์โดยการหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงกล้า จะได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพดีน้อย และเสียหายค่อนข้างมาก เพราะต้นกล้าส่วนหนึ่ งจะถูกทำลายโดยด้วงหมัดผัก ซึ่งเป็นวัชพืชที่สำคัญมากของผักทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะกล้า และเมื่อย้ายไปปลูกในแปลงปลูกต้นกล้าก็จะช้ำ หรือเหี่ยวเฉา ทำให้มีต้นทุนในการเพาะปลูกผักที่สูงมาก

วิธีใช้เมล็ดพันธุ์อย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การตกกล้าลงในกระบะเพาะ หลุมละ 1 เมล็ด ดินสำหรับเพาะกล้า อาจใช้ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว หรือขี้เลื้อย และหรือเศษวัสดุอื่นๆ หมักจนได้ที่แล้วจึงนำมาร่อน ด้วยตะแกรงที่มีรูขนาดประมาณ 3-5 มิลลิเมตร หรืออาจจะใหญ่กว่า เพื่อแยกเอาเศษวัสดุ ที่มีขนาดใหญ่ออก หรืออาจแยกโดยลักษณะคล้ายๆ กับการแยกกรวดออกจากทราย ที่ใช้ในการฉาบปูนสำหรับก่อสร้างก็ได้ จากนั้น จึงค่อยนำดินที่มีความชื้นเหมาะสมปลูกใส่ ในกระบะเพาะ หยอดเมล็ดพันธุ์ผักลงไป จึงค่อยนำดินปลูกมาโรย ปิดหน้าอีกครั้ง เพื่อป้องกันเมล็ดพันธุ์ กระเด็นหรือลอยเมื่อรดน้ำ

หลังจากนั้นจึงนำกระบะ ที่หยอดเมล็ดพันธุ์ แล้วไปวางเรียงไว้บนชั้นที่ยกเหนือ พื้นดินประมาณ 80 เซนติเมตร ในโรงเรือน เพื่อป้องกันความเสียหาย คอยให้น้ำตามปกติ โดยให้น้ำ เป็นละอองฝอยขนาดเล็ก หากมีละอองฝอยขนาดใหญ่ เมล็ดพันธุ์ หรือต้นกล้าที่งอกอาจจะเสียหาย เนื่องจากแรงกระแทก ของน้ำได้

เมื่อต้นกล้าผักเจริญเติบโตมีใบประมาณ 3-4 ใบ จึงนำออกจากกระบะเพาะ โดยการให้น้ำก่อนแล้ว จึงค่อยๆ เคาะออก ต้นกล้าก็จะหลุดออกมา มีลักษณะเป็นแท่งตามรูปทรง ของรูในกระบะเพาะ จากนั้นจึงนำไปปลูกในแปลงปลูก  วิธีนี้แม้ว่าจะใช้เวลามาก แต่เกษตรกรสามารถประหยัดค่าเมล็ดพันธุ์ได้เป็นอันมาก และต้นกล้าแข็งแรง ไม่ชะงักหรือเหี่ยวเฉา เมื่อเคลื่อนย้ายลงแปลงปลูก และยังป้องกันความเสียหาย ของต้นกล้าพันธุ์จาก ด้วงหมัดผักด้วย

วิธีปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย

การปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย โดยปกติแล้วเกษตรกร มักตัดต้นกล้วยแก่ทิ้ง ทุกครั้งที่ตัดเครือ  ขอให้เจาะรู ที่ต้นกล้วยใน ลักษณะทแยงลงไป ให้รูมีขนาดเท่ากับแท่งดิน ที่ยึดรากต้นกล้าที่ย้ายมาจากกระบะเพาะ จากนั้นจึงเอาต้นกล้า (ผักสลัด) ยัดใส่ลงไปในรูของต้นกล้วย ที่เจาะไว้ โดยจำนวนรูที่จะเจาะ หรือจำนวนผักที่จะปลูก จากนั้นก็ไม่ต้องรดน้ำให้ผักที่ปลูก หรือรดน้ำให้ต้นกล้วยแต่อย่างใด จะทำเพียงอย่างเดียวคือ คอยค้ำยันไม่ให้ต้นกล้วยล้มเท่านั้น

หลังจากนั้น ประมาณ 30 วัน ขึ้นอยู่กับอายุของผักที่ปลูก ก็เก็บเกี่ยวผักไปขายได้เลย ผักสลัดที่ ปลูกมีรสชาติดีมาก หวาน และกรอบ ใบเป็นเงางาม ทั้งนี้ เป็นเพราะต้นกล้วยมีธาตุโพแทสเซียมสูงนั่นเอง

ใครจะนำวิธีนี้ไปทดลองปลูกก็ได้ แต่อายุผักที่ปลูกไม่ควรจะยาวนานเกิน 40วัน เพราะต้นกล้วยจะโทรมและเหี่ยวแห้ง ผักที่ปลูกควรเป็นผักกินใบที่ไม่ต้องการแสงแดดที่แรงมากนัก เพราะใบของกล้วยจะช่วยพรางแสงแดดได้บางส่วน

ที่มา technologychaoban

จน เครียด กินเหล้า เปิดชีวิตปัจจุบัน สายเชีย จากลูกชาวนาไร้งาน ไร้เงิน สู่นักธุรกิจที่ดิน 600 ไร่

สายเชีย วงศ์วิโรจน์ ตัวประกอบที่โกอินเตอร์ เจ้าของวลีเด็ด จน เครียด กินเหล้า เล่าเรื่องราวชีวิต กว่าจะมีชีวิตที่สุขสบาย ต้องผ่านความยากลำบาก ขุดส้วมแลกค่าเทอม เพราะอยากจะเรียน แต่ชีวิตพลิกผันได้มาเป็นสตันท์แมน จนมีชื่อเสียง ได้โกอินเตอร์เล่นหนังฮอลลีวูด ประกบดาราดังมากมาย

โดยสตันท์แมนคนนี้ ได้มาเปิดใจเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาในรายการ ยิ่งศักดิ์ ยิ่งแซ่บ ที่มีอาจารย์ยิ่งศักดิ์ ทำหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ว่า ผมเริ่มเล่นเป็นตัวประกอบตั้งแต่ พ.ศ. 2529 ส่วนงานที่สร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักก็คือ โฆษณา จน เครียด กินเหล้า และเป็นโฆษณาที่ได้รางวัลที่คานส์ ออนแอร์ที่เขมร ลาว เวลาไปที่นั่นคนรู้จักเรา

เล่นประกบแองเจลินา โจลี เป็นหนังที่ฉายต่างประเทศ ส่วนฉากนี้ถ่ายที่เคนยา คือก่อนหน้านี้ผมเคยเล่นหนังฝรั่ง เป็นตัวประกอบที่เป็นสตันท์แมน มีบทบาทหน่อย ผมภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงระดับโลก เพราะว่าผมเป็นลูกชาวนา เพราะชีวิตไม่เคยคิดว่าจะได้ขึ้นเครื่องบินด้วยซ้ำ

ถามว่าทำไมหน้าตา อย่างผมถึงได้เล่นหนังโกอินเตอร์ เพราะว่าผมมีความจริงจังกับงาน ทำงานให้เต็มร้อย และทำให้ดีที่สุด ถามว่าเพื่อนๆ สตันท์แมนอิจฉามั้ย ที่เราได้โกอินเตอร์ ทุกคนรักกัน เพราะทำงานเป็นตัวประกอบประกบคนดัง หลายคนก็คิดว่าค่าตัวผมต้องแพง เลยทำให้ผมอดอยากมากเลย ก็ตกงานไป หนังไทยไม่ค่อยจ้างเท่าไร

ตอนนี้ผันตัวเองไปเป็นพ่อค้า ขายที่ดิน ไปกู้เงินมาแล้วเอามาแบ่งขายตารางวาละ 3,500 คือผมไม่ได้มีความรู้เรื่องธุรกิจหรอก แต่ว่ามีคนที่มีความรู้ รุ่นน้องที่เค้าเก่ง ผมก็มาทำงานกับเค้า ตอนนี้จับธุรกิจตัวนี้มาปีกว่าเอง ไม่เคยโดนโกง ใครไม่ซื้อก็มาเอาเงินคืน เพราะเราจะได้ขายต่อ เพราะที่ดิน นับวันยิ่งราคาขึ้น

ถามว่าเอาดีทางด้านธุรกิจ แล้วจะเลิกแสดงมั้ย คงเลิกไม่ได้หรอก มันเข้าเส้นแล้ว ยังชอบการแสดง แต่งานก็ลดลงเยอะ ยิ่งต่างประเทศไม่ค่อยมี จะเป็นหนัง เป็นละครที่เข้ามาแทน

สมัยเด็กๆ ครอบครัวยากจนมาก ไม่มีข้าวกิน มีพี่น้องหลายคน จนไม่มีค่าเทอมไปโรงเรียน รองเท้าก็ไม่มีใส่ไปโรงเรียน รองเท้า เสื้อผ้าต้องรอบริจาคในทุกๆ ปี เค้าจะคัดเด็กยากจน เพื่อให้ได้รับสิทธิ์นี้ ไม่ต้องพยายามทำให้จน เพราะว่าเราจนจริงๆ (ยิ้ม) ลำบากมากถึงขั้นต้อง ไปขุดส้วม เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม

คือเป็นคนที่อยากจะเรียนหนังสือ เพราะตอนเด็กๆ พ่อจะเล่าให้ฟังว่ามีญาติเป็นทนายความ ว่าความเก่งมาก ชนะคดีเยอะ พอได้ฟังก็รู้ว่าคนมีความรู้มันมีเกียรตินะ ดูมีหน้ามีตา และทำให้วงศ์ตระกูลดูดี เลยทำให้อยากเรียน เพราะคิดว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้เรามีได้นั่นคือการศึกษา และบ้านเราไม่มีคนได้เรียนหนังสือ

พอไม่มีค่าเทอม ครูก็เลยให้ไปขุดส้วม แลกกับค่าเทอม ก็ขุดไป 10 กว่าห้อง ขุดอยู่เกือบเดือน เพราะเป็นเด็กยากจนเรา ก็ไม่ได้คิดหรอกว่ามันลำบาก เป็นเรื่องธรรมดา ถามว่าอายเพื่อนมั้ยที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ มันอายไม่ได้ หมดสิทธิ์ที่จะอาย สมัยเรียนก็ไม่มีข้าวกลางวันกิน ต้องหนีไปอยู่ห้องสมุด เพื่อนนั่งกินข้าว จะไปนั่งมองเพื่อนกิน เดี๋ยวมันก็จะหิวตามเพื่อน

แม้จะลำบากแค่ไหน ก็ไม่เคยคิดหนี ออกจากบ้านเอาตัวรอดคนเดียว เพราะเราถูกสอนมาให้รักพ่อแม่ เป็นห่วงพ่อแม่ ก็อยากให้เค้าสบาย ไปรับจ้างก็ไม่เคยเอาค่าจ้าง ให้แม่หมด เวลาอยากดูหนัง ก็ไปมุดผ้าดูเอา ผมเลี้ยง พ่อแม่จนกระทั่งท่านจากไป แม่ยายด้วยเราก็ดูแล

ตอนนั้นตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ ตอน อายุ 18 มากับเพื่อน 2 คน ก่อนที่จะมา ตอนนั้นย้ายไปอยู่กำแพงเพชร เช่าที่นา 50 ไร่ คิดว่าจะมีข้าวกิน ทำไปจนข้าวเหลืองทั้งทุ่ง มีความหวัง แต่ฝนดันตก 1 อาทิตย์ ก็เลยท้อแท้ ตอนนั้นมีต้นทุนแค่ร่างกายของตัวเอง อยากจะมาชกมวยที่กรุงเทพฯ

วุฒิอะไรก็ไม่มี ม.3 ก็ไม่จบ นั่งรถไฟมามีเงินติดตัวมา 300 บาท เดินจากหัวลำโพงไปหัวตะเข้ ไม่กล้านั่งรถเมล์ เพราะไม่รู้ว่ามันราคาเท่าไร เดินประมาณ 4-5 ชั่วโมง ไปแล้วก็ไม่เจอเพื่อน ก็เดินกลับมาพระโขนงไปปากน้ำ ไปหาพี่ชายเพราะ พี่ชายตาบอด ไปอยู่ดูแลคนพิการก่อน

และก็ทำงานก่อสร้างควบคู่ไปด้วย อยากจะทำงานโรงงาน แต่ไม่มีคนรับ ไปตระเวนสมัครตังค์หมด ต้องไปนอนวัดก็ขอข้าวที่วัดกิน และขอเงินหลวงพ่อกลับ ตอนนั้นลำบาก แต่ก็เคยลำบากกว่านั้นมาแล้ว ชีวิตเคยต้องหาปลา หาหน่อไม้ไปแลกข้าวกิน วันนี้ชีวิตดีกว่าวันเก่าๆ เยอะ มีครบทุกอย่างแล้ว แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยวัตถุมาก ความจนมันสอนเราหลายอย่าง

สตันท์แมนกับสแตนด์อินต่างกัน เพราะสแตนด์อินต้องเล่นแทน แต่สตันท์แมนก็เล่นเป็นตัวเอง ก็จะเจ็บๆ หน่อย อุปกรณ์การเซฟก็ไม่มีนำ เพราะต้องซ้อมกันล่วงหน้าเป็นเดือนๆ แต่ก็เคยหล่นสลิงอยู่ครั้งนึง เป็นหนังไทย สูงประมาณ 5-6 เมตร เป็นฉากมอเตอร์ไซค์ ชนขอนไม้ก็หล่นกระแทกพื้น นอนพักรักษา ตัวอยู่ 1 เดือน

สำหรับชีวิตครอบครัวก็แยกย้ายกัน เพราะไม่ค่อยมีเวลาให้เค้า ผมเป็นคนโรแมนติกนะ รักครอบครัว แต่คิดแค่ว่าจะทำอย่างไรให้ครอบครัวมั่นคง ต่างคนต่างทำหน้าที่ คิดง่ายไปก็เลยทำให้มันขาดความใกล้ชิด เค้าก็ไปหาคนใกล้ชิดคนอื่น มีลูก 3 คน ลูกสาวโตเป็นหนุ่ม ส่วนลูกชายโตเป็นสาวแล้ว

ถามว่าเหนื่อยมั้ยที่ต้องเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว เหนื่อยครับ แต่ต้องทนต้องรับผิดชอบความยากของตัวเอง ก็ต้องเลี้ยงเค้าให้ดีที่สุด ตอนนี้ก็มีคนใหม่เข้ามาก็คุยๆ กันอยู่ แต่คงไม่แต่งงาน

คนมีวาสนา จะไม่เลื่อนผ่านบทความนี้ อยากให้อ่านดีมาก

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีรถหรูเพียงใดขับ

แต่อยู่ที่ขับรถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีบ้านหลังใหญ่โตเพียงใด

แต่อยู่ที่ในบ้านมีเสียงหัวเราะหรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่พ่อแม่เหลือมรดก ไว้ให้คุณหรือไม่

แต่อยู่ที่พ่อแม่แข็งแรง ให้คุณดูแลปรนนิบัติหรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีคู่ชีวิตสวย หรือหล่อเพียงใด

แต่อยู่ที่เขาและเธอเข้าใจคุณ หรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่ลูกของคุณเรียนเก่ง ทำงานเก่งเพียงใด

แต่อยู่ที่กตัญญูรู้ คุณหรือไม่?

ไม่ได้อยู่ที่คำหวานหู หรือเสียงปรบมือเมื่อคุณมีเงินนั้นดังเพียงใด

แต่อยู่ที่เมื่อคุณล้มลงยังมีอีกหลายมือยื่นมาฉุด ให้คุณลุกขึ้นยืนใหม่ อีกครั้งหรือไม่

เพราะฉะนั้น อย่าอวดว่ามีเงิน เพราะยามเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล มันไม่ต่างอะไรกับกระดาษ

อย่าอวดในตำแหน่งหน้าที่ที่มีอยู่

เพราะวันใดที่คุณล้มป่วย ยังมีคนเป็นจำนวนมากที่ทั้งเก่ง และเยี่ยมยอดรอเสียบตำแหน่งต่อจากคุณ

อย่าอวดรถยนต์ที่คุณขับ เพราะวันใดที่คุณจากไป กุญแจรถก็อยู่ในมือ ของคนอื่น

อย่าอวดว่ามีบ้านหลังใหญ่โต วันที่คุณจากไป มันก็เปลี่ยนเป็น ของคนอื่น

สุขอยู่ที่ใด สุขอยู่ที่ใจ รู้ใจได้สุข

ความสุขของคนเราแตกต่างกัน

บางคนไปท่องเที่ยว เพราะ มีเวลา มีเงิน ไม่มีใครให้พะวง

บางคนชอบขี่จักรยาน ได้ออกกำลังกาย เห็นสิ่งสวยงามที่ซ่อนเร้น อยู่รายทาง

บางคนชอบ เข้าวัด ทำบุญภาวนา ทำจิตใจให้สะอาด ดื่มด่ำ ในรสพระธรรม

บางคนชอบทำสวน ปลูกพืชผักเป็น งานอดิเรกที่แสนวิเศษ

ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม อุทิศตนให้สาธารณะกุศล

ผู้ที่อุทิศตนให้กับประเทศชาติ เป็นบุคคลระดับมันสมอง เป็นทรัพยากรที่มีค่า

การเลี้ยงดูหลาน เขาว่าแขนงแรงกว่ากิ่งจริงนะ เป็นความสุขที่ได้ช่วยลูกสุดที่รัก และเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเลือดเนื้อเชื้อไข

การดูแลสามีและภรรยาสุดที่รักประเสริฐนัก คนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ทำให้รู้ว่าน้ำตาลไม่มีวันคลายรสหวาน

บางคนได้ดูแลบุพการี โชคดีที่ได้ปรนนิบัติพระอรหันต์ สุขที่ได้ทำเพื่อท่านก่อนสายเกิน

สุขใครสุขมัน สุขในสิ่งที่ทำ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

บางคนสวรรค์อยู่ในบ้าน แค่เอนกาย มีเพลงเบาๆ เขาก็ว่าสุขแล้ว

ชีวิตบั้นปลายแตกต่างกัน

เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใครและเอาอย่างใคร

ที่มา rugyim

เซฟเก็บไว้เลย ขั้นตอนและวิธีทำ เตาเผาถ่าน จากบ่อปูนซีเมนต์

ด้วยเศรษฐกิจที่ไม่ดีในปัจจุบันทำให้หลายท่านเริ่มมองหา รายได้เสริมด้านอื่นกันมากขึ้น วันนี้จึงขอเสนออีกหนึ่งไอเดีย ที่สามารถสร้างรายเพิ่ม ให้แก่ทุกท่านได้มากเลยทีเดียว แต่หลายคนอาจคิดไม่ถึง นั่นคือ เตา เผาถ่าน จากบ่อปูนซีเมนต์นั่นเองค่ะ โดยสูตรนี้ได้ไอเดียมาจากคุณโจน จันได ปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีค่ะ

เตาเผาถ่าน จากบ่อซีเมนต์ สุดยอดไอเดีย

ดูองค์ประกอบ แล้วน่าใช้มากๆเลยค่ะ

เริ่มต้นการ ขุดหลุม ให้ลึกประมาณ 30 เซนติเมตร แล้วหาวงบ่อปูนซีเมนต์มาวางไว้ในหลุม 2 บ่อต่อกัน

แล้วอย่าลืม รองพื้นด้วยเสาปูน เพื่อเป็นฐานให้กับบ่อ

จากนั้นปั้นดินที่ขุด ออกครอบไปที่วงบ่อซีเมนต์ ใส่ท่ออากาศ

นำไม้ไผ่มาเรียง ต่อกัน เพื่อปิดรูอากาสไม่ให้อากาศออก ระหว่างรอยต่อของท่อ ดังรูป

เริ่มลองใช้กันเลยค่ะ จุดไฟที่ช่องว่างด้านล่าง ที่ใช้เสาปูนเป็นฐาน แล้วทำการใส่ไม่ดิบลงไป

ไม่มีควันออกมาจากปล่องควันแล้วเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ได้ถ่านดำด้วยวัสดุง่ายๆ ติดไฟจากเตาที่มีประสิทธิภาพ ด้วยฝีมือเราเองแล้วค่ะ โดย 50 กิโลกรัม จะขายอยู่ที่กระสอบละ 250-400 บาท เลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูล : kaijeaw.com

แชร์ไอเดีย สอยมะละกอ จากท่อพีวีซี ทำเองง่ายๆ ไม่ต้องใช้ตังค์ ไม่ซ้ำอีกต่อไป

ต้องขอชื่นชมในไอเดียการประดิษฐ์ อุปกรณ์ในการสอยมะละกอ ลงมาจากต้น ปกติเวลาสอยมะละกอ ก็มักจะต้องลุ้นอยู่เสมอว่ามันจะร่วงลงมาพื้น หรือป่าว ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็หล่นลงพื้นทำให้ช้ำ หรือ แตกกระจายจนต้องอดกินเลย ลองดูไอเดียนี้กัน ช่วยได้เยอะเลย

ไอเดียสุของคุณ Sa Natarinee ได้เเชร์เรื่องราวในโลกโซเชียล ซึ่งได้ประดิษฐ์อุปกรณ์สอยมะละกอนี้ทำเองง่าย ๆ ดังนี้

1.เลื่อยท่อ PVC ขนาด 2 นิ้ว

2.ตัดแบ่งออกเป็นแฉก ๆ โดยทำให้เป็น 4 แฉก ดังรูป

3. จากนั้นทำการขยายแฉกท่อ อกมาให้ใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะได้พอดีกับลูกมะละกอ

4. ลบคมจากการตัดแบ่งเป็นแฉก

เมื่อทำตามครบทุกขั้นตอนก็นำไปสอยมะละกอได้เลย

ไอเดียง่ายๆ ลองทำดูนะครับ

วัสดุใกล้ตัว หาไม่อยาก ไม่ต้องเปลืองค่าใช้จ่าย

สุดยอดไอเดีย

ถ้าเพื่อนๆชอบก็ลองไปทำดูนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก Sa Natarinee และ kaijeaw

กระท่อมไม้ไผ่ ท่อนล่างเป็นปูน ข้างบนเป็นฝาไม้ไผ่ถัดสาน ข้างในน่าอยู่มากๆ

แบบบ้านที่เป็นบ้านสำหรับพักผ่อน หรือว่าเป็นบ้านสวย เถียงน้อยปลายนาที่น่าสร้างไว้พักผ่อน อยู่กับธรรมชาติ ต้องสร้างบ้านหลังเล็กๆ ให้เข้ากับธรรมชาติ อย่างกระท่อมไม้ไผ่ชั้นเดียวหลังนี้ เป็นกระท่อมไม้ไผ่ขนาดกะทัดรัด โครงสร้างเป็นปูน ปูพื้นด้วยกระเบื้อง ผนังปูน เสริมฝาไม้ไผ่สานทำให้เย็นสบายทั้งวัน น่าอยู่มากๆ ชมภาพบ้านกันเลยครับ

ด้านหน้า

อีกมุมหนึ่ง

ทำด้วยไม้ทั้งหมด สวยมาก

ข้างล่างเป็นอิฐแดงก่อขึ้น และปิดด้านบนด้วย ผนังไม้ไผ่ถักสาน

ด้านใน

ด้านใน

ที่นอน

ร่มรื่นมาก

ห้องน้ำ

ถือเป็นไอเดียที่ดีากเลย เป็นการออกแบบที่ลงตัวและเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติเป็นอย่างมาก ถ้าชอบก็เซฟเก็บไว้ เป็นไอเดียนะครับ

ไทยเสียเเชมป์โลก ข้าวหอมมะลิ ให้กับกัมพูชา

ข้าวหอมมะลิไทยไม่สามารถคว้าแชมป์การประกวดข้าวโลกในปีนี้ แม้ในเชิงสถิติ ไทยคว้าแชมป์มาได้ถึง 5 ครั้ง จากการประกวด 10 ครั้ง แต่คงจะเป็นสัญญาณว่าไทยต้องปรับตัว ที่ผ่านมารัฐใช้งบประมาณไปกับข้าวมหาศาล แต่คุณภาพกลับยังมีผู้ที่เหนือกว่า

วันนี้ (23 ต.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเสียเเชมป์ข้าวหอมมะลิไทยให้กับกัมพูชาในการประกวด The World’s Best Rice 2018 หรือการประกวดข้าวโลก ที่จัดขึ้นโดยกลุ่มธุรกิจค้าข้าว เเม้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยไม่กังวลว่ารางวัลที่กัมพูชาได้รับไป จะมีผลต่อปริมาณเเละราคาข้าวหอมมะลิไทย เเต่เห็นว่ารางวัลดังกล่าวสะท้อนว่าความสามารถการเเข่งขันข้าวไทยลดลง ซึ่งไทยต้องรับมือกับสถานการณ์การค้าข้าวที่เปลี่ยนไป

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า คุณภาพข้าวกัมพูชาไม่ต่างจากข้าวไทย เเละราคาข้าวหอมมะลิไทยเเพงกว่า โดยราคาส่งออกข้าวหอมไทย อยู่ที่ตันละ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 35,000 บาทต่อตัน ส่วนข้าวหอมกัมพูชา อยู่ที่ 900 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 29,000 บาทต่อตัน ถูกกว่า 150-200 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 5,000-6,000 บาทต่อตัน หากชาวนาเเละรัฐไม่คำนึงถึงคุณภาพ ก็อาจถูกประเทศเพื่อนบ้านเเซงหน้าได้

ขณะที่นายปรีชา นุยืนรัมย์ ประธานสภาเกษตรกร จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ระยะหลังๆ คุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวของชาวนาบางพื้นที่ลดลง จึงอยากให้รัฐเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวเพื่อคงคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยไว้ รวมทั้งความรู้เรื่องการเก็บรักษาพันธุ์ข้าวด้วย

นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ปัจจุบันข้าวไทยเเข่งขันได้น้อยลง เเละเริ่มสูญเสียตลาด เพราะมีสินค้าเดิมๆ ต่างจากที่คู่เเข่งพยายามปรับตัวขายสินค้าตามความต้องการของตลาด ซึ่งที่ผ่านมาการส่งเสริมตลาดของรัฐผิดด้าน รวมทั้งหน่วยรัฐมีความเข้มเเข็งน้อยลง สำหรับจุดอ่อนที่สำคัญของไทย คือความไม่ชัดเจนในนโยบายด้านงานวิจัย ไม่มีเเนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนนำไปสู่การเเก้ไขเเละเกิดประโยชน์ต่อชาวนา ซึ่งการควบคุมต้นทุนที่ได้ผลผลผลิตต่อไร่สูง เป็นทางหนึ่งจะประคับประคอง เเละทำให้ชาวนาอยู่รอดได้ท่ามกลางการเเข่งขันในปัจจุบัน

7 ท่านวด ผ่อนคลายเส้น แก้ปวดเมื่อย ส่วนต่างๆ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผม เด็กชายปัญญกับสาระเกร็ดความรู้ดีดี สำหรับวันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปดู วิธีนวดผ่อนคลาย ด้วย 7ท่านวด สุดง่ายพร้อมทั้งมีภาพอธิบายประกอบให้เพื่อนๆได้เข้าใจง่ายอีกด้วย ว่าแต่จะมีแบบไหนนั้นไปดูพร้อมกันเลยคร๊าฟ

ท่าที่1

เริ่มจากการนวดเบาๆ บริเวณหัวไหล่ ไล่ลงมาตามแนวเส้น ลงมาถึงเอวและหลัง โดยการนวดที่ไหล่ ควรใช้แรงกดมาก แต่นุ่มนวลด้วย

ท่าที่2

ใช้นิ้วและฝ่ามือ ไล่นวดบริเวณไหล่ และหลังให้ได้ตำแหน่งและทิศทางตามภาพ

ท่าที่3

ใช้นิ้วโป้งกดนวดไล่จากต้นคอลงไปตามทิศทางของลูกศร ด้วยน้ำหนักที่นุ่มนวล การนวดบริเวณไหล่ไล่มาจนถึงต้นคอ ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะอาจจะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราค่อนข้างมาก

ท่าที่4

ให้นำแขนมาไพล่หลัง จากนั้นเลือกกดจุดในบริเวณที่เฉพาะเจาะจง ด้วยการนวดคลึงเบาๆ ก็สามารถช่วยให้ผ่อนคลายได้

ท่าที่5

ให้นวดบริเวณเส้นใยกล้ามเนื้อหลังที่อยู่ด้านข้าง ไล่ยาวลงไป จนถึงสะโพก ไม่ควรนวดลงบนกระดูกสัน

ท่าที่6

ให้คุณใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้าง นวดไล่ขึ้นไปโดยใช้น้ำหนักที่ไม่แรงมาก จากนั้นให้ใช้มือข้างหนึ่งจับข้อเท้าแล้วใช้ฝ่ามืออีกกดไล่ขึ้นไป ส่วนการนวดฝ่าเท้าให้ใช้นิ้วโป้งกดไล่ไป ตามลูกศรในภาพ

ท่าที่7

วิธีนวดใบหน้าที่ถูกต้อง จำเป็นต้องทำการนวดอย่างนุ่มนวล ผ่อนคลาย เป็นจังหวะช้าๆ และไม่ให้เจ็บ คุณต้องนวดไปตามทิศทางของเส้นใยกล้ามเนื้อ ใช้นิ้วคลึงเบาๆ และบีบนวดบริเวณกระดูกใบหน้า

ต้องรู้ไว้ 5 อาชีพธนาคารไม่ปล่อยกู้ จะมีอาชีพของคุณหรือไม่ ไปดูกัน

เรื่องเงินๆทองๆคงไม่เข้าใครออกใคร การปล่อยกู้ของธนาคารก็เช่นกัน เราไปดูกันว่า อาชีพที่ธนาคารไม่ปล่อยกู้ มีอะไรบ้าง เหตุผลเป็นเพราะอะไรนั้น ไปดูกันเลย

1. ทหาร ตำรวจ อาชีพนี้ถึงจะเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่ก็เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตแบบกระทันหัน ซึ่งเหตุผลที่ธนาคารไม่ปล่อยกู้นั้นถึงแม้ว่าจะไม่เปิดเผยถึงเหตุผลแบบตรงไปตรงมาแต่เราก็พอทราบได้ว่าอาชีพที่มีความเสี่ยงแบบนี้คงเป็นเรื่องที่ยากที่จะปล่อยเงินกู้ นอกเหนือจากนั้น การทวงหนี้ก็เป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากอาชีพเหล่านี้มีอาวุธ เช่น ปืน มีด ที่เมื่อเกิดการปะทะอาจก่อให้เกิดการสูญเสียได้นั่นเอง ยกเว้น ทหาร ตำรวจ ที่เป็นแพทย์ อันนี้ธนาคารปล่อยกู้ให้

2. พนักงานชั่วคราว (Freelance) แน่นอนอยู่แล้วว่าอาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะมีรายได้สูงกว่าพนักงานประจำเสียด้วยซ้ำ แต่หลักฐาน Statement เงินเดือนยืนยันรายได้ที่แน่นอนว่าคุณจะมีเงินผ่อนชำระหนี้ให้กับธนาคารหรือไม่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อาชีพนี้จะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ทำบัตรเครดิต (วิธีการแก้ไขคือ การนำเงินเข้าบัญชีทุกเดือนๆ ให้บัญชีธนาคารมีความเคลื่อนไหว คุณก็สามารถทำบัตรเครดิตผ่านได้แล้ว)

3. เจ้าของกิจการก่อสร้าง และ อสังหาริมทรัพย์ สำหรับคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้าง อสิงหาริมทรัพย์ การขอกู้ในธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดสินทรัพย์ขนาดใหญ่อาจจะสามารถปล่อยกู้ได้ แต่สำหรับธนาคารที่เป็น Non Bank จะไม่นิมยมปล่อยกู้ เนื่องมาจากเห็นว่าการขอกู้ในประเภทนี้จะเป็นการขอกู้ในวงเงินที่สูง ซึ่งเมื่อปล่อยกู้ไปแล้วก็ไม่สามารถคาดคะเนได้เลยว่ากิจการจะล้มละลายหรือไม่ จึงเป็นเหตุผลที่ธนาคารมักไม่ค่อยปล่อยกู้สำหรับผู้ที่ทำอาชีพนี้

4. พนักงานในบ่อนการพนัน ขึ้นชื่อว่าเป็นอาชีพที่มีการพนันมาเกี่ยวข้อง ก็รู้ได้เลยว่าเป็นอาชีพที่มีความไม่แน่นอน เงินที่ได้มาจากชั่วโมงก่อนอาจจะหายไปในพริบตาในชั่วโมงถัดไป และตัวบ่อนการพนันเองก็มีโอกาสปิดตัว จึงเป็นอาชีพที่ธนาคารไม่ปล่อยกู้ให้แน่ๆ สำหรับใครที่จะยื่นเรื่องกู้ ขอบอกให้ตัดใจได้เลยค่ะ

5. พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย อาชีพนี้ถือเป็นอีกอาชีพที่ได้เงินแบบรายวัน จะได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับลูกค้า ทางธนาคารเองจึงไม่ปล่อยกู้เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับเงินคืน หรือลูกหนี้ไม่สามารถผ่อนชำระได้ครบตามที่ธนาคารกำหนด จึงไม่แปลกที่พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่จะหันไปกู้นอกระบบกันแทน

ทั้งหมด 5 อาชีพที่เราได้กล่าวมานั้น ล้วนเป็นอาชีพที่มีความไม่แน่นอนในเรื่องของรายได้ และมีความเสี่ยงสูงในการประกอบอาชีพนั้นๆ รู้อย่างนี้แล้วสำหรับใครที่เข้าค่ายทั้ง 5 อาชีพนี้ก็อย่าลืมวางแผนการเงินของตัวเองให้ดีๆกันนะคะ เพราะเมื่อไหร่ที่เราสามารถจัดสรรการเงินของเราได้ เมื่อนั้นเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปกู้หนี้ยืมสินใครค่ะ

ไม่ต้องไปหาหมอนวดให้เสียเวลา โยคะ ท่ากบ เพียง 50 ครั้งติดต่อกัน 20 วัน อาการปวดเมื่อยตามร่างกายจะหายทันที

สำหรับประเทศไทยในช่วงนี้ที่ต้องเผชิญกับหมอกควัน การที่จะออกไปวิ่งนอกบ้าน จึงไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่นักในสถานการณ์แบบนี้ วันนี้เราเลยมีท่าออกกำลังกายที่สามารถทำง่ายๆในบ้านของเราเอง ซึ่งหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำแล้วร่างกายเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนอื่นต้องเตรียม “เสื่อโยคะ” จากนั้นนอน “ท่ากบ”  ทำทุกวันติดต่อกันวันละ 50 ครั้ง นาน 20 วันก็สามารถรู้สึกได้ มีประสิทธิภาพมาก สามารถยืดกล้ามเนื้อด้านในต้นขาได้ดีและสามารถทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายอย่างเต็ม การที่กล้ามเนื้อด้านในแน่นแข็งเป็นสาเหตุของอาการปวดหลัง

ในความเป็นจริงแล้ว คนที่มักมีอาการปวดเอว ปวดหลัง บางครั้งอาจมาจากกล้ามเนื้อต้นขาด้านในที่แข็งมากไป ท่ากบนี้ก็จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดหลัง

การทำท่านี้เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้านใน สามารถปรับปรุงความยืดหยุ่นของสะโพก ส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตในสะโพก เปิดโล่งเลือดลมให้ทั่วทั้งร่างกาย แก้ไขการเอียงของเชิงกราน แก้ไขอาการขาเป็ด + เข่าบิดเข้าข้างใน บรรเทาอาการปวดหลัง และยังสามารถบรรเทาอาการปวดประจำเดือนของผู้หญิงอีกด้วย!

เริ่ม “ท่ากบ”

นอนคว่ำ จากนั้นค่อยๆกางเข่าออกไปด้านข้างช้าๆ เหมือนกบ สะโพกและต้นขาตั้งฉากกับพื้น 90 องศา ให้เกร็งน่องและต้นขาไว้ (ดังภาพ) อย่าให้ร่างกายแตะโดนพื้น ตัวตรง ข้อศอกวางตั้งฉากกับพื้น ให้น้ำหนักอยู่ที่หัวไหล่และบริเวณเอว หายใจเข้า-ออก ช้าๆ

ข้อควรระวัง : คนที่ปวดเข่าไม่แนะนำให้ฝึกท่านี้

แนะนำ : ให้ทำท่านี้ค้างไว้ 3 ลมหายใจเข้า-ออก