Home

ข่าวดี “ธนาคารออมสิน” เปิดรับสมัครลูกจ้าง 180 อัตรา วุฒิ ม.3 เงินเดือน 12,000 บาท

ธนาคารออมสิน รับสมัครลูกจ้าง ตำแหน่งพนักงาน ขับรถยนต์ วุฒิ ม.3 จำนวน 180 อัตรา ช่วงเวลาที่เปิดรับ 2 ม.ค. 2562 ถึง 30 ธ.ค. 2562 อัตราค่าจ้าง 12,000 บาท ต่อเดือน

คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่ธนาคารกำหนด
1. สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
2. อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และไม่เกิน 45 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
3. มีใบอนุญาตขับรถยนต์
4. เพศชายต้องผ่านการรับราชการทหาร หรือผ่านการเกณฑ์ทหาร (แบบ สด.43) หรือได้สำเร็จการฝึกวิชาทหาร ชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป (แบบ สด.8)
5. ต้องไม่เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ.2559

ผู้สนใจสมัคร สามารถฝากประวัติได้กับทางธนาคาร โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ ธนาคารออมสิน เลือกตำแหน่ง “ลูกจ้างขับรถยนต์” > เลือก “สมัคร” > กรอกเลขบัตรประชาชน แล้วเลือก “สมัคร” อีกครั้ง แล้วทำการกรอกประวัติตามขั้นตอน

ธนาคารสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกใบสมัครหรือไม่คัดเลือกใบสมัคร และสงวนสิทธิ์ที่จะเรียกหรือไม่เรียกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้ารับการทดสอบ หรือสัมภาษณ์ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผลให้ทราบ และผู้สมัครจะอ้างสิทธิ์ใดๆ โต้แย้งมิได้

ทั้งนี้ คะแนนสอบข้อเขียนและหรือสัมภาษณ์ของธนาคารถือเป็นที่สิ้นสุด โดยธนาคารสงวนสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผลหรือให้ข้อมูลการทดสอบข้อเขียนและหรือสัมภาษณ์และผู้เข้ารับการสอบข้อเขียนและหรือสัมภาษณ์จะอ้างสิทธิ์ใด ๆ โต้แย้งมิได้

ทั้งนี้ ใบสมัครของท่าน ธนาคารจะเก็บเป็นข้อมูลไว้ในระบบนับถึงวันที่ 30 ธันวาคม ของทุกปี หากท่านที่มีความสนใจจะเข้าร่วมงานกับธนาคาร ให้ท่านสมัครเข้าในระบบใหม่อีกครั้ง เมื่อครบตามระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด

ทั้งนี้ ธนาคารไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทนการเข้าทำงานใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่าหลงเชื่อคำแอบอ้างและเรียกเก็บเงินเพื่อให้ท่านได้เข้าทำงานกับธนาคารออมสิน หากมีผู้ใด หรือกลุ่มบุคคลใดแอบอ้างหรือเรียกรับผลประโยชน์ กรุณาแจ้งที่ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล

แผนก”สรรหาทรัพยากรบุคคล” หมายเลขโทรศัพท์ 02 299 8000 ต่อ 030211-2 , 030221 สอบถามเกี่ยวกับการรับสมัคร โปรดโทรสอบถาม ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ส่วนสรรหาทรัพยากรบุคคล หมายเลขโทรศัพท์ 02 299 8000 ต่อ 030211-2 , 030221

ขอขอบคุณที่มา thaijobsgov

ข่าวดี! ญี่ปุ่นเปิดโครงการ ‘รับซื้อไม้โตเร็ว 5 ชนิดในไทย’ ไม่อั้น! เพื่อส่งโรงงานไฟฟ้า

ข่าวดีสำหรับเกษตรกรไทย เมื่อญี่ปุ่นเซ็นสัญญา ลงนามกับไทย เพื่อรับซื้อไม้ไม้โตเร็วกว่า 4,000 ล้านเยน เพื่อส่งโรงงานไฟฟ้า

ต้องเริ่มกันก่อนที่ว่าในตอนนี้ทางประเทศญี่ปุ่นนั้นต้องการเชื้อเพลิงและพลังงานในการผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศเป็นอย่างมากซึ่งก็จะมีผลมาจากการใช้นโยบายปริมาณการใช้ถ่านหินและยกเลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต่างๆและอาหารมาชื่อเครื่องใช้พลังงานทดแทนเป็นหลักสำคัญในการผลิตพลังงานไฟฟ้านั่นเองซึ่งบอกเลยว่าในขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์นั้นมีข้อจำกัดอย่างมากมายทำให้ผลิตไฟฟ้าได้ประมาณแค่ 5 ชั่วโมงจึงทำให้ชาวญี่ปุ่นนั้นจะต้องหาวิธีการเพิ่มพลังงานมากยิ่งขึ้น

เลยทำให้พวกเขานั้นมีเป้าหมายในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลซึ่งสามารถใช้พลังงานทดแทนได้โดยใช้วัสดุจากไม้ประมาณ 5 GW นางต้องการวัสดุวัตถุดิบที่ผลิตจากประเทศไทยเป็นหลักซึ่งเป็นการเพิ่มเชื้อเพลิงมาจากไม้อัดเม็ดนั่นเอง เมไจตอนนี้เขาต้องการชาวเกษตรกรและผู้ที่มีประกอบการและมีความต้องการซื้อไม้ซึ่งจะต้องมีการทำข้อตกลงไว้ล่วงหน้าก่อนและผู้ประกอบการทั้งหลายนั้นจะต้องเป็นผู้จัดหาซื้อได้เพียงต้นกล้าไม้คุณภาพดีตามความต้องการของประเทศญี่ปุ่นรวมถึงการฝึกอบรมให้กับชาวเกษตรกรเพื่อไปดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เขากำหนดเอาไว้

เหตุนี้เองทางบริษัท บริษัท JC Services จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าประเทศญี่ปุ่นได้ทำการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนร่วมกับโรงงานผลิต ผลิต Wood Pellet ในประเทศไทยจำนวน 20 แขวงและมีเป้าหมายในการผลิตอยู่ที่ 5 ล้านตันต่อปี

สึนามิจังหวัดพังงานั้นนำร่องแล้วมีกำลังผลิตอยู่ที่ประมาณ 700 ต้นต่อวันเท่านั้นคาดว่าจะต้องเพิ่มผลผลิตให้ได้ปริมาณ 200,000 ตันต่อปีและสามารถส่งต่อเครื่องปี 2562 และต้องการที่จะขยายพื้นที่เป้าหมายประมาณ 20 โรงงานมากขึ้นตามกำลังผลิตวัตถุดิบของแต่ละพื้นที่โดยในภาคใต้นายจะมีไม้ยางพาราเป็นจำนวนมากและในปัจจุบันนั้นมีเพียงแค่ 3 โรงงานคือในจังหวัดสุราษฎร์ธานีกระบี่และชลบุรี

และคาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 4000 ล้านเยนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอีกครั้งการเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับชาวเกษตรกรที่ได้ปลูกไม้ ส่งไปให้ทางประเทศญี่ปุ่นด้วย

Mr.Masami Nakakubo CEO บริษัท JC Service จำกัดได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลญี่ปุ่นในการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวลมากกว่า 5GW รับผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ซึ่งมีกำหนดเริ่มเดินเครื่องอยู่ที่ประมาณปีพ.ศ 2019 ฉันนั้นมีความจำเป็นอย่างมากโดยการสร้างโรงงานผลิตไม้วู้ดพาเลทเป็นจำนวน 20 โรงงานและต้องการโรงงานที่สามารถผลิตได้ 200000 50,000 ตันต่อปีซึ่งจะพิจารณาจากวัตถุดิบที่ยั่งยืนเป็นหลักอีกครั้งและตัดสินใจร่วมทุนโรงงานผลิตในประเทศไทยจำนวนของโรงงานโดยต้องการผลิตผลรวมอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านตัน

ที่ประเทศไทยนั้นน่าสนใจแต่การลงทุนแนะนำเป็นเพราะว่าประเทศไทยนั้นมีไม้ยางพาราที่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการทดแทนเนื่องจากมีการโค่นต้นไม้เพื่อปลูกทดแทนปีละประมาณ 500 ไร่ต่อปีและสามารถเข้าสู่ตลาดได้ราวราว 43 ล้านตันต่อปีซึ่งศักยภาพของไม้ยางพาราในภาคใต้นั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญแต่ทว่าในเนื่องจากยางพารานั้นมีรอบตัดฟันอยู่ที่ประมาณ 25 ปีจึงเสี่ยงต่อด้านวัตถุดิบในระยะยาวจึงได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในเรื่องการต่างด้านนวัตกรรมการจัดการวัตถุดิบและการวิจัยพัฒนาต่างๆให้เขาช่วยเราความช่วยเหลือและมีการส่งเสริมให้ปลูกต้นไม้ให้โตเร็วโดยเฉพาะไม้ยูคาลิปตัสกระถินอะเคเชียและมีการปลูกสวนป่าหรือปลูกร่วมกับยางพาราได้

เพราะถือว่านี่เป็นการสร้างมูลค่าและความยั่งยืนให้กับพื้นที่อีกทั้งยังได้รายได้ที่สม่ำเสมอนะพอสอดคล้องกับนโยบายต่างๆในการเข้ายางพาราของประเทศไทยเราเพื่อประโยชน์จากที่ตรงนี้ก็สามารถดำเนินการพัฒนาในเรื่องของการจัดป่าไม้ได้อย่างยั่งยืนและเป็นไปตามแนวทางมาตรฐานระดับสากลอีกด้วย

ไม้ที่โตเร็วเหมาะสมกับดิน
(1) กระถินอะเคเซีย (Acacia sp.)
(2) กระถินยักษ์ (Leucaena leucocephala)
(3) สนประดิพัทธ์ (Casuarina junhuniana)
(4) ยูคาลิปตัสทุกชนิด (Eucalyptus spp.)
(5) เสม็ดขาว (Melaleuca cajuputi)

ซึ่งผู้ประกอบการนั้นมีความต้องการที่จะรับซื้อไม้โดยมีการทำข้อตกลงไว้ก่อนล่วงหน้าและเป็นการถ่ายผู้จัดหาและเตรียมจัดการต้นไม้ที่มีคุณภาพและความต้องการอีกทั้งยังต้องการฝึกอบรมชาวเกษตรทั้งหลายเพื่อปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ทางญี่ปุ่นนั้นต้องการพอได้มีความเชื่อว่าโรงงานไฟฟ้านั้นสามารถแก้ปัญหาในเรื่องพลังงานได้อย่างเหมาะสมอีกทั้งยังส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกต้นไม้เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ใช้สอยจากไม้ได้อย่างคุ้มค่าตามหลักมาตรฐานนานาชาติอีกด้วยและไม้นั้นไม่ควรเป็นไม้ที่มาจากป่าธรรมชาติควรเป็นไม้ที่ปลูกด้วยตัวเองเพื่อยืนยันถึงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอันสำคัญ

แน่นอนไอ้มินก็ยังเห็นในเรื่องของกฎหมายในประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญซึ่งกรมป่าไม้นั้นได้ระบุไว้ว่าไม้บัณฑิตพันธุ์ดีของไทยอาทิเช่นไม้สักไม้แดงไม้เต็งไม้พยุงไม้ตะเคียนรวมกระทั่งไม้ไผ่ทุกชนิดคือไม้หวงห้ามซึ่งจะเป็นการปลูกเพื่ออนุรักษ์เท่านั้นจึงทำให้ไม้เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในนิดแต่อย่างใดโดยจะเน้นไปที่การปลูกไม้ยูคาลิปตัสและต้นกระถินแปรรูปเป็นวู้ดพาเลทแทน

ทั้งนี้ทางคณะวนเกษตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ได้จับมือกับโรงงานอุตสาหกรรมโรงเรียนแล้วไปลงทุนที่โรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพื่อส่งเสริมการปลูกไม้ตระกูลกฐินในจังหวัดอุบลราชธานีอุทัยธานีและจังหวัดอื่นๆซึ่งไม้เหล่านี้ก็สามารถรับมาเป็นวุ๊ดพาเลทได้อีกทั้งยังป้องตัวอย่างโรงงานไฟฟ้าและส่งออกไปยังได้ทั่วโลกแล้วก็ได้จับมือกับการยางแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมให้ชาวสวนยางปลูกยางพาราในพื้นที่ที่ดินมีเอกสารสิทธิ์และสามารถนำยาเหล่านั้นมาผลิตเป็นวู๊ดพาเลซเพื่อป้อนสู่ตลาดโลกได้

ซึ่งบอกเลยว่าวิธีนี้อาจเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศใดได้เป็นอย่างมากอีกทั้งยังทำให้ชาวเกษตรกรทั้งหลายนั้นสามารถลืมตาอ้าปากได้หากใครมีพื้นที่เหลือและสนใจก็ลองศึกษาหาข้อมูลในโครงการนี้กันดูนะคะและนี่ก็คือบทความดีๆที่เรานำมาเสนอไปในวันนี้ฉันถ้าหากใครถูกใจก็อย่าลืมกดไลค์กดแชร์กันด้วยนะคะ

บอย-เจี๊ยบ ปล่อยโฮกลางรายการ ฝ่ามรสุมครั้งใหญ่ชีวิต ใช้หนี้เกือบ 50 ล้าน ค่าไฟยังไม่มีเงินจ่าย (คลิป)

เรียกได้ว่าเป็นคู่รักมาราธอนอีกหนึ่งคู่ในวงการเลยก็ว่าได้ สำหรับเจี๊ยบ พิจิตตรา และบอย Peacemaker โดยจะเข้าพิธีวิวาห์กันในไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยล่าสุดทั้งคู่ได้ควงกันออกมาเปิดใจทั้งน้ำตาในรายการ เผยหมดเปลือกต้องเจออะไรบ้าง 14 ปีที่ผ่านมา

โดยบอย บอกว่าต้อง ขอบคุณ เบนซ์ พรชิตา และ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ มีส่วนจัดให้ หลังรู้ว่า บอยแอบชอบเจี๊ยบ นักร้องหนุ่มต้องฝ่าด่านรักนี้แม่ไม่ปลื้ม แสดงความจริงใจ จนได้มีโอกาสคุยกัน คบกัน และจะเข้าพิธีวิวาห์กันในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว

กว่าจะถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยบอย บอกว่า คนในวงการจีบเขาเยอะ ขณะที่เจี๊ยบ ก็บอกว่า คุณแม่ดุมาก ไม่ให้คบคนในวงการ ความดุของแม่ขนาดไล่เพื่อนออกจากบ้านมาแล้วก็มี มาบ้านแล้วเสียงดัง บอยก็พยายามจีบ โทรไปหา ไม่ออกมาเจอ จน 11 เดือนยอมให้มาเจอ กว่าจะผ่านด่านแม่ยอมให้คบได้

บอยรับตัวเองขี้หึง เวลาเจี๊ยบเล่นละคร จะถามมีจับมือไหม อะไรไหม แต่ก็ไม่ได้ห้าม ส่วนเจี๊ยบเจอแฟนคลับบอยตามถึงบ้านไม่ให้มายุ่งกับบอย จนต้องเคลียร์กันไป หลังเปิดตัวว่าคบกัน ก็ยังมีหนุ่มไฮโซ คนรวยมาจีบเจี๊ยบอยู่อีก บอย บอกว่า มีแบบมาจ้างงานเจี๊ยบ แล้วไม่ยอมให้กลับ ให้อยู่กันสองคน บอยก็ไปรอรับอยู่นาน บางงาน เจี๊ยบวิ่งออกมาจากงานกับผจก. เลยก็มี

ส่วนความอารมณ์ร้อนของบอย เกือบมีเรื่องกับคนมาจีบเจี๊ยบ ฝ่ายคนมาจีบถึงกับขึ้นมึงกู บอยก็รู้ว่าใคร เป็นผู้ใหญ่ อารมณ์ร้อนสุดมาก ไม่มีตรงกลาง เคยชกต่อยกลางสี่แยกมาแล้ว ก่อนเข้าวงการ จนอารมณ์ร้อนมาถึงการทำงาน ผู้ใหญ่ต้องเอาไปพูดกับศิลปินอื่นๆว่า อย่าทำแบบบอย ผู้ใหญ่เรียกคุย จนเจี๊ยบต้องช่วยเบรก ความอารมณ์ร้อน

เป็นคู่รักที่บอกว่าไม่เคยเบื่อหรือมีเรื่องให้ต้องเลิกกัน แต่ชีวิตก็มีมรสุมครั้งใหญ่ เหตุการณ์ไฟไหม้ร้านอาหาร โดยวันนั้น เจี๊ยบ ร้องไห้หนัก ถึงกับเป็นลมทรุดร่วง เมื่อปี56 ซึ่งเป็นปีที่เตรียมจะแต่งงานกัน แต่ไฟไหม้ร้าน ที่สร้างมา ไหม้หมด

แถมโดนฟ้องเรียกค่าเสียหายก้อนใหญ่เกือบ 50 ล้าน เจี๊ยบเผยว่า ร้องไห้ทุกวัน บอย รับว่า ตัวเองก็แอบร้องไห้ แต่ไม่ให้เจี๊ยบเห็น เสียใจมาก ฝันเรากำลังไปได้ดี เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต 9ปีในวงการ ไม่ได้แค่ศูนย์ ขั้นเตรียมขายเรือนหอ ไม่มีเงินผ่อน ต้องเจรจาเจ้าหนี้แต่ละคน ยังดีเหลือบ้านอยู่

แก้วแหวนเงินทอง นาฬิการถ บอย บอกไม่เหลือเลย ขายหมด ใช้หนี้กว่า 48 ล้านบาท บอยและเจี๊ยบ ถึงกับสุดกลั้นน้ำตาไหลกลางรายการ บอยเล่านาทีสะเทือนใจ เจี๊ยบก็ถอดของมีค่ามาให้ บอกเอาไปขาย โดยบอยปล่อยโฮ เมื่อเผยถึงเรื่องนี้

ขณะที่ เจี๊ยบ น้ำตาไหล บอกว่า ขอบคุณเหตุการณ์วันนั้น ทำให้รู้สึกว่า เราสองคนเก่ง ผ่านจุดนั้นมาได้ ทำกันเองสองคนได้ ในการชำระหนี้ และความรักที่เรามีให้กันมากกว่าเดิม บางเดือนมีค่าไฟมา เงินไม่พอจ่าย มองย้อนไปเราก็ผ่านมาได้ ตอนนี้ไม่กลัวอะไรแล้ว 3ปีชำระกันไปเรื่อยๆ เหลืออีกไม่เกิน2ปี

การออกมาเล่าเรื่องนี้เหมือนมีมีดมาแทงเจ็บเท่าเดิมต้องพูดเรื่องนี้ คนมองเล่าเรื่องนี้ต้องร้องไห้ตลอด มาเป็นเราจะรู้ แต่ครั้งนี้พูดด้วยความภูมิใจเราผ่านมาได้

บอย บอกว่า จากนั้นมาไม่ยึดติดของนอกกาย เราใส่เสื้อตัวละร้อยได้ กินข้าวข้างทาง ไม่ไปเที่ยวต่างประเทศเลย เราก็ทำได้ จุดนั้นมันพิสูจน์ใจเราไม่ได้ร่วมสุขกันเท่านั้น ทุกข์เราก็ร่วมกัน

เรื่องราวความรัก 14 ปีของทั้งคู่ พิสูจน์ให้เห็นรักแท้ โดย เจี๊ยบ บอกว่า เราทำตัวให้มีคุณค่า เขาจะไม่ทิ้งคุณค่าในตัวเรา ส่วน บอย บอกว่า เขามีสิ่งที่เราหาไม่ได้จากที่ไหน เราจะไปหาอะไรจากที่อื่นทำไม ขอบคุณที่เขาไว้ใจ ให้เกียรติผมเสมอ ไม่เคยปล่อยมือ จากผมเลย เจี๊ยบก็ขอบคุณบอยที่เป็นเสาหลักให้ยึดในวันที่จะล้ม หลังแต่งงานจะหาความสุขบ้าง เครียดเรื่อง หาเงินๆๆ กันมาทั้งคู่ อยากพัก ไม่รีบมีลูก 14 ปีทำให้เห็นคุณค่าหัวใจคนเยอะมาก เขาสอนผมให้ใส่ใจคนอื่น

คลิป

ขอบคุณ Club Friday SHOW

สูตรทำ ปุ๋ยเปลือกไข่ สูตรพิเศษ ช่วยเร่งดอกเร่งผล

หลายท่านคงพอจะทราบกันมาบ้างแล้วว่า “เปลือกไข่” นั้นมีประโยชน์มหาศาลต่อพืชของเรา เนื่องจากอุดมไปด้วย แคลเซียม โปรแทสเซียม และสารอาหารอื่นๆมากมาย วันนี้จึงมาขอนำเสนออีกหนึ่งสูตร ปุ๋ยเปลือกไข่ ซึ่งสูตรนี้ช่วยเร่งดอกเร่งผล ป้องกันแมลงศัตรูพืชได้ โดยสูตรนี้ได้รับการเผยแพร่จาก คุณแม่ก้อย ยูทูปชาแนลช่อง Playground KIDS channel ที่ได้นำความรู้มาเผยแพร่แก่เกษตรกรทุกท่านค่ะ

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1.เปลือกไข่ 20 ฟอง

2.เกลือ ปลายช้อนชา

3.ผงชูรส 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.ทำการตำเปลือกไข่ให้ละเอียดในครก แล้วใส่ถ้วยไว้ (เปลือกไข่ผึ่งลมให้แห้งก่อนค่อยนำมาตำนะคะ)

2.จากนั้นนำผงชูรสมาใส่ตามผสมลงไปกับเปลือกไข่ ในผงชูรสจะมีกรดอะมิโน ช่วยเร่งรากใบดอกในพืชได้ดี

3.ขั้นต่อมาใส่เกลือตามลงไป เกลือจะช่วยให้พืชไม่เปราะหักง่าย ขั้วเหนียว

4.จากนั้นคนส่วนผสมทั้วหมดให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว แล้วนำการใส่ขวดโหลไว้

วิธีการใช้

โรยปุ๋ยเปลือกไข่ลงไปที่โคนต้นพืชที่ต้องการ ปริมาณ 1-3 ช้อนโต๊ะ ตามขนาดของต้นพืช แล้วรดน้ำต้นไม้ตามลงไป ใช้ปุ๋ยเปลือกไข่ 1-2 ครั้ง/เดือน ค่ะ

รับรองว่าปุ๋ยเปลือกไข่สูตรพิเศษนี้ ได้ผลดีกับไร่สวนของทุกคนแน่นอน อย่าลืมไปลองทำใช้กันดูนะคะ

ขอบคุณข้อมูล : คุณแม่ก้อย ช่องPlayground KIDS channel

เปิดเรื่องราว ‘ครูไอซ์’ ไม่ยอมแพ้ แม้ตาบอด 2 ข้าง มุ่งมั่นจนจบเกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาฯ

การที่เราเกิดมาไม่เหมือนกับคนอื่น ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่สามารถใช้ชีวิตตามความฝันที่เราวาดเอาไว้ได้ซะหน่อย ดูอย่าง ครูไอซ์ ดำเกิง มุ่งธัญญา หนุ่มวัย 25 ปีที่เกิดมามีความพิการทางสายตา ทำให้มองไม่เห็นทั้งสองข้าง แต่เขาก็ได้ทำตามความฝันตั้งใจเรียนจนจบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและได้บรรจุเป็นครูในที่สุด ไปดูประวัติของครูไอซ์ และหนังสั้นที่ทำเอาหลายคนน้ำตาคลอ

อะไรเป็นสาเหตุให้ตาบอด?

“ผมอยู่ในท้องแม่ 7 เดือน คลอดก่อนกำหนด คลอดออกมาน้ำหนัก 1 โล 2 ขีด เลยต้องเข้าตู้อบ ตอนเกิดใหม่ๆ จอประสาทตา เซลล์ยังไม่แข็งแรง พอเข้าตู้อบ แสงในตู้อบทำลายตัวนั้น ทำให้มองไม่เห็น”

แม้จะตาบอด แต่ครูไอซ์ในวัยเด็กก็ไม่เคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ หรือรู้สึกผิดแผกแตกต่างจากคนปกติทั่วไป เพราะได้รับการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่และโรงเรียนเช่นคนปกติ

“ที่บ้านพยายามให้เราเข้าสังคม ไปห้างไปไหน ก็ไปด้วยกันตลอด เรียนหนังสือก็ได้เรียนเหมือนคนปกติ ตอนนั้นไปเรียนกับเพื่อนที่ รร.สอนคนตาบอดกรุงเทพ ได้เรียนด้านวิชาการเหมือนโรงเรียนทั่วไป ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย เลข สังคม ทุกอย่างเหมือนกัน แค่เปลี่ยนจากระบบตัวหนังสือตาดีเป็นอักษรเบรลล์ เรียนทักษะ ใช้ไม้เท้า ทักษะการใช้ชีวิต”

หลังจบ ป.6 จากโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ครูไอซ์ได้เรียนต่อที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลจนจบ ม.6
ทำไมอยากเป็นครู?

“บางทีรุ่นน้องเรียนไม่เข้าใจ ก็มาถามว่าวิชานี้ พี่ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหม เราก็อธิบายเล็กๆ น้อยๆ พอเขาเข้าใจ เรารู้สึกมีความสุข เหมือนทำให้เราค้นพบว่า สิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขคืออาชีพครูนี่แหละ เลยเป็นแรงบันดาลให้เราเรียนเลือกเรียนต่อในคณะครุศาสตร์ เพื่อจบมาเป็นครูจริงๆ เลย”

ครูไอซ์ไม่เพียงสอบติดคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ตอนเรียนจบ ยังได้โล่เรียนดี และเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองอีกด้วย หลังจากนั้นยังได้อีกหลายรางวัลตามมา

“รางวัลที่ได้รับ ช่วงมหาลัยก็จะมีโล่เรียนดี เพราะเป็นคะแนนสูงสุดของคณะ และได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง เป็นคะแนนสูงสุดของสาขา จริงๆ ผมไม่อยากให้มองว่า คนเก่งจะต้องได้เกรดเยอะๆ สิ่งหนึ่งที่อยากให้มองคือ ด้านประสบการณ์มากกว่า ต่อให้ผมได้เกรดเยอะ ถ้าทำงานไม่เป็น ก็ไม่มีประโยชน์ อีกรางวัลหนึ่งที่ผมได้รับ เป็นโล่คนพิการต้นแบบที่ได้จากกระทรวงพัฒนาสังคมฯ และตอนฝึกสอน มีอีกรางวัลหนึ่ง คือ นิสิตปฏิบัติการสอนดีเด่น เป็นรางวัลที่มอบให้นิสิตที่ตั้งใจสอน สอนได้เต็มที่ และผลิตแผนการสอนได้มีคุณภาพ”

ปัจจุบัน ครูไอซ์เป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย อะไรทำให้ครูไอซ์เลือกเป็นครูที่นี่?

“ต้องบอกก่อนว่า คณะครุศาสตร์จะได้ฝึกสอน 2 เทอม เทอมละ รร. เทอมแรกฝึกสอนที่สาธิตจุฬาฯ เทอม 2 มาฝึกสอนที่ รร.สตรีศรีสุริโยทัย คือ รร.นี้ พอฝึกสอนเทอม 2 จบปุ๊บ มีหลายเรื่องที่เราประทับใจ อย่างครูในหมวดเป็นกันเอง เราอยู่แล้วอบอุ่น นร.อาจจะมีคนที่ไม่มั่นใจว่าเราจะสอนได้เปล่า แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจคือ ความมีน้ำใจของเด็กๆ คือ เขาจะคอยช่วยเหลือเราตลอด ไม่รู้เพราะเขาเป็นผู้หญิงด้วยเปล่า บางทีเราถือของมาเยอะๆ เขาจะช่วย ช่วยเปิดพาวเวอร์พ้อยท์ให้ ช่วยทำอะไรให้ เด็กหลายคนที่นี่ เวลาเรียนไม่เข้าใจ เขากล้ามาถามผม เลยทำให้ผมประทับใจว่า นี่แหละคือสิ่งที่เราต้องการ”

วิชามีให้เลือกมากมาย ทำไมเลือกเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ?

“ตอนประถมที่ผมคิดอยากเป็นครู มี 2 วิชาที่อยากเป็น ไม่ภาษาอังกฤษก็เลข พอเรียนๆ ไป เริ่มระดับสูง เลขก็เข้าใจ แต่เราอธิบายไม่เป็น แต่ภาษาอังกฤษ เหมือนเราอธิบายได้ เหมือนเราคล่องมากกว่า ถ้าเราจะเอาดีด้านภาษา เกิดเราไม่ได้เป็นครูจริงๆ เราเอาดีด้านภาษาไว้ เราอาจจะไปทำอย่างอื่นก็ได้ ก็เลยมุ่งมาด้านภาษา ความโชคดีคือได้เป็นครูด้วย เลยเลือกสอนภาษาอังกฤษ”

อาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่ครูตาบอดจะมีโอกาสสอนคนตาดี ดังนั้น ด้านหนึ่งก็ต้องชื่นชมผู้บริหารโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยที่ใจกว้างให้โอกาสครูไอซ์ได้สอนที่นี่

“จริงๆ แล้วทาง รร.ไม่มีนโยบายเลยนะคะ เพราะผู้พิการมาสอนเด็กปกติ ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก แต่ทาง รร.ก็ได้เปิดโอกาสให้ครูไอซ์ เนื่องจากผู้บริหารก็ใจกว้างพอ ประกอบกับดิฉันได้บอกว่า ขณะที่มาฝึกสอนนั้น ครูไอซ์มีความรู้ความสามารถและทักษะกระบวนการเรียนรู้ เป็นผู้ที่มีความขยันขันแข็ง มีความรับผิดชอบ และสอนเสริมให้เด็กอย่างสม่ำเสมอ …ตอนแรกเราก็หนักใจ คิดว่าจะเป็นภาระของเราหรือเปล่า แต่หลังจากที่ผ่านไปเป็นแรมเดือนเหมือนกัน เราก็สังเกตว่า ครูไอซ์สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดี เดินทางจากบ้านมาโรงเรียนด้วยรถไฟฟ้า และจากโรงเรียนกลับบ้านด้วยรถไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง แต่พวกเราก็มีน้ำใจนะ โดยเฉพาะนักเรียนจะมารับครูไอซ์เข้าชั้นเรียน แต่ครูไอซ์ก็สามารถเดินไปไหนมาไหนเองได้” วีณา รัตนสุมาพงศ์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย พูดถึงครูไอซ์ด้วยความชื่นชม

“เรื่องเตรียมการสอนครูไอซ์สามารถทำได้หมด การพิมพ์คอมฯ การเตรียมสไลด์สอน ครูไอซ์ทำได้ ผมอาจช่วยบ้าง เช่น แบบฝึกหัด ผมอาจสแกนลงคอมฯ ให้เขา และให้เขาแปลงเป็นไฟล์การสอนของเขาเอง” สารัช แก้ววิทยาการ ครูประสานงานครูชาวต่างประเทศ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย หนึ่งในเพื่อนครูที่คอยช่วยเหลือครูไอซ์

ครูไอซ์มีสื่อทันสมัยในการสอน

“ครูไอซ์มาโรงเรียนแต่เช้าตรู่ มาไวมาก ก่อนโรงเรียนเข้าพอสมควร มาถึงโรงเรียนก็เตรียมการสอน เปิดโน้ตบุ้คทันทีเลยว่า วันนี้จะสอนอะไรบ้าง ได้เตรียมการเรียนการสอน มีสื่อที่ทันสมัย ใช้พาวเวอร์พ้อยท์ทุกคาบเรียน และพูดตรงกับพาวเวอร์พ้อยท์ที่ตัวเองสอน ทั้งที่มองไม่เห็น เปิดเฟรมไหนก็พูดได้ในเฟรมนั้น” วีณา รัตนสุมาพงศ์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย รู้สึกทึ่งในความสามารถของครูไอซ์

“ครูไอซ์สอนเข้าใจ รู้เรื่อง ไม่มีติดขัดเลย สอนเหมือนคนปกติทั่วไป ซ้ำยังทำให้เราอยากเรียนมากขึ้นด้วย” ธัญระดา สาระไชย นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

“ครูไอซ์เป็นคนที่สอนได้โอเคมากเลย และเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นมากๆ เลย” นริศรา จำปาทอง นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

ครูไอซ์ไม่เพียงสนุกกับการสอนหนังสือ แต่ยังมีความสุขที่ได้ให้วิชาและคำปรึกษาแก่เด็กนักเรียน ครูไอซ์จึงไม่เพียงเป็นคนที่มีจิตวิญญาณของความเป็นครูอยู่เต็มเปี่ยม แต่ยังเป็นครูที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับลูกศิษย์ด้วย

“ก็สนุกสนาน ทุกวันที่มาสอนหรือมาทำงาน คือการเรียนรู้ ได้เจออะไรใหม่ๆ …ด้วยความที่ผมใจดีด้วย นักเรียนหลายคนค่อนข้างกล้ามาปรึกษา แฟนทิ้ง อกหัก เด็กบางคนมีปัญหาครอบครัว ก็เข้ามาปรึกษาเหมือนกัน เราก็ให้คำแนะนำได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยเด็กก็สบายใจที่จะสู้กับปัญหานั้นต่อ เราก็รู้สึกมีความสุข เพราะหน้าที่ครูไม่ใช่แค่สอน เราก็มีความสุข เวลาเห็นนักเรียนเรามีความสุข”

“ถึงแม้ครูไอซ์จะพิการทางสายตา แต่เขาก็สู้ และทำให้พวกหนูอยากจะสู้ไปด้วย เขาทำอะไร พวกหนูก็อยากทำตามไปด้วย เขาเดินมาหน้าโรงเรียน พวกหนูก็มีแกล้งหยอกล้อกันบ้าง ให้กำลังใจสำหรับชีวิต ครูเขาก็แบบ วันเกิดเพื่อน ครูอื่นไม่เคยมาเซอร์ไพรส์วันเกิดเลยนะ ครูไอซ์สุดยอดมาก มาพิมพ์โพสต์แบบ สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะโอ๋ สุขสันต์วันเกิดนะ…….. ครูแบบนี้หาได้ที่ไหนอะ มันไม่มีแล้ว” ธัญระดา สาระไชย นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

“ขอบคุณครูมากๆ ที่มาสอน ครูเป็นครูที่เต็มที่กับทุกๆ งาน และจะตั้งใจเรียน จะไม่เกเร จะทำอะไรให้ครูรู้ว่า เราตั้งใจแล้ว ทำเต็มที่แล้ว ให้สมกับที่ครูเขาได้มาสอนเราทุกวัน” นริศรา จำปาทอง นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

ด้านครูไอซ์ บอกว่า ทุกวันนี้รู้สึกชีวิตมีค่า เพราะได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น

“ทุกวันที่เราทำ ไม่ใช่แค่ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อคนอื่น ทุกครั้งที่นักเรียนมาปรึกษา แล้วเราได้ให้คำแนะนำเขา และเราเห็นเขามีความสุข มันเหมือนความสุขมันเชื่อมโยงกันเนอะ พอเราเห็นคนอื่นมีความสุข เราก็มีความสุขไปด้วย มันเหมือนชีวิตเรามีค่า เราได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น มันมีความสุขมากกว่าเงินเดือนที่เราได้รับ”

ชมหนังสั้น 7-Eleven เชิดชูพระคุณครู ครูคือดวงประทีปส่องทาง