เจ้าชายน้อยภูฏานระลึกชาติ 824 ปี แม้มีพระชันษาเพียง 3 ขวบ

เป็นอีกหนึ่งเื่องราวที่ได้เผยแพร่จาก เฟซบุ๊กต่อตระกูล ยมนาค มีการเปิดเผยนว่า เจ้าชายน้อยพระองค์นี้ เป็นโอรสของเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งแห่งภูฏาน ทรงบอกว่า เมื่อ 824 ปีก่อน ทรงเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ในประเทศอินเดีย และหากว่าได้เสด็จเยือนที่มหาวิทยาลัยนาลันทาอีกครั้ง จะทรงจำทุกอย่างได้ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา พระอัยยิกา(ยาย) ของเจ้าชายจึงพาเจ้าชายไปที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ที่ประเทศอินเดีย ปรากฏว่าเจ้าชายสามารถจำสถานที่ต่างๆได้แม่นยำ แม้แต่ห้องเรียนของพระองค์เอง

ลามะน้อยองค์นี้ เป็นพระโอรส พระกนิษฐภคินี ( น้องสาว)ของ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี แห่งภูฐาน ได้ระลึกชาติ ว่าชาติที่แล้วเป็นอดีตพระลามะสำคัญ มีชื่อว่าVairotsana ดำรงตำแหน่งสูงเป็น Lotsawa(ผู้แปลพระธรรม) กลับชาติมาเกิด พระลามะผู้ใหญ่ได้นำไปพิสูจนตามธรรมเนียมโบราณแล้วผ่านการรับรอง ก็ทูลขอมาให้เป็นพระลามะเป็นเวลาเป็นปีแล้ว เป็นข่าวใหญ่อีกที่อินเดียเมื่อ ได้ไปเยี่ยมวิทยาลัยนาลันทา เมื่อ 1 มกราคมที่ผ่านมาเพราะสามารถจำบริเวณห้องเรียนที่เคยเรียนเคยสอนได้  ท่านคมสรณ์ พระธรรมทูต ที่ประจำอยู่ที่อินเดีย ได้รายงานข่าวมา

เป็นข่าวที่ดีมาก สำหรับชาวพุทธว่า วิทยาลัยนาลันทา ซึ่งเคยเป็นวิทยาลัยสอนพุทธศาสนาที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของโลกในอดีต แต่ได้ถูกทำลายสูญสิ้นลงเมื่อ 800 กว่าปี พุทธศาสนา คงจะได้กลับมาฟื้นฟูมากในยุคเรานี้ เพราะจะมีคนกลับมาสนใจทั่วโลกด้วยข่าวนี้ วิทยาลัยนาลันทา ในอดีตยิ่งใหญ่มาก ในอดีตมี พระนักศึกษา 10,000 รูปอาจารย์ 1,500 องค์ มีอาคารสถานที่ครบถ้วน มี

– ห้องประชุมจุคนได้มากกว่า 1,000 คน จำนวน 8 ห้อง

– ห้องเรียนมากกว่า 300 ห้อง

– ห้องเก็บคัมภีร์ขนาดใหญ่ มีโรงครัว ยุ้งฉาง เก็บข้าวเอง

เจ้าชายน้อย

ภาพจาก ต่อตระกูล ยมนาค

ภาพจาก ต่อตระกูล ยมนาค

ภาพจาก ต่อตระกูล ยมนาค

อายุเป็นเพียงตัวเลข ย่าวัย 60 โด่งดังเพราะ “สไตล์การแต่งตัว”

แฟชั่นการแต่งตัว เป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่ง เป็นการแสดงการใช้ชีวิตแบบมีความสุข ปัจจุบันนี้แฟชั่นไม่ได้บ่งบอกหรือแบ่งแยกอายุอีกต่อไปแล้ว Masako คุณย่าวัย 60 ปี ชาวญี่ปุ่นเป็นบล็อกเกอร์ในเรื่องของการแต่งตัวที่ทันสมัย แปลกไม่เหมือนใคร ดูดี

จนปัจจุบันนี้ได้โด่งดังบนโลกของโซเชียล แสดงให้เห็นว่าแฟชั่นนั้นไม่ได้บ่งบอกหรือแบ่งแยกอายุอีกต่อไปแล้ว เธอไม่ได้ย้อมผม เธอใส่เพียงเสื้อยืดธรรมดารวมกับเครื่องประดับแว่นตากันแดดที่เธอชอบ ออกไปยังสถานที่ต่างๆ ดูการแต่งตัวแล้วบอกเลยว่าอย่างกับวัยรุ่น

เธอนั้นมี Item ยอดฮิตมากมาย ใส่เสื้อผ้า Yamamoto เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ใส่สีดำทั้งตัวไม่ให้ที่เกินไปได้ยังไง
แต่ก็มี layer ที่น่าสนใจ ที่มีชาวเน็ตไม่น้อยบอกว่า : เมื่อไหร่ที่ฉันแก่ฉันจะแต่งตัวแบบนี้บ้าง

คุณย่าได้โด่งดังขึ้นมาเพราะว่า คนชราสมัยนี้ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่ดารา ก็คงไม่มีภาพลักษณ์ภายนอกการแต่งตัวดีๆ คุณย่าคนนี้เป็นคนที่แสนธรรมดาคนหนึ่ง แต่กลับแต่งตัวที่ทันสมัยออกจากบ้าน ทำให้คนอื่นต่างชื่นชม

เธอชอบเครื่องประดับสีสันสดใส และเครื่องประดับเหล่านี้เธอก็ประดิษฐ์เอง! ผมดัดหยิกฟูทำให้ดูเป็นผู้นำแฟชั่นสุดๆ

การแต่งตัวของเธอผสมผสานสไตล์ฮาราจูกุแบบญี่ปุ่น แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อยืดและกระโปรงเรียบๆ แต่เธอสามารถใช้วิธีการสวมใส่และเครื่องประดับทำให้แตกต่าง มีฝีมือในการมิกซ์และแมทช์จริงๆ

หลายๆครั้ง ที่ใส่ไอเทมของสาวๆวัยรุ่นเข้าไป จนดูกิ๊บเก๋มาก

หมวกเบสบอลสีดำ + แจ็กเก็ตเบสบอลสีขาวดูทันสมัยใส่สบาย บวกกับกระโปรงพองๆสีดำ รองเท้าผ้าใบ + ถุงเท้าสีรุ้งน่ารัก

เธอเปลี่ยนทรงผมบ่อยครั้ง บางครั้งก็ทำผมเป็นลอนย้อนยุค จับคู่กับหมวกเบเร่ต์ทำให้อายุดูอ่อนไปเป็น 10 ปี บวกกับลิปสีชมพูได้เหมาะมาก

ปีนี้หมวกเบเร่ต์เป็นที่นิยม เธอก็เอามาประกอบกับเครื่องแต่งกายจนดูเท่ห์ เดินตามถนนนี่ดึงดูดสายตา ยิ่งกว่าสาวๆ เสียอีก

จากรูปของเธอจะเห็นว่า ไม่เพียงแค่เสื้อผ้า แม้แต่องค์ประกอบภาพก็จัดวางได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นภาพตั้งใจถ่ายหรือแอบถ่ายก็ดูเป็นธรรมชาติ สมกับเป็นบล็อกเกอร์สายแฟชั่นจริงๆ

ในขณะเดียวกัน ยังสัมผัสได้ถึงความรักในการใช้ชีวิตของเธอ จะมีผู้สูงอายุสักกี่คนที่ไม่แคร์สายตาคนรอบข้าง และมีจิตใจของวัยรุ่นแบบนี้

ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ การรักสวยรักงามก็คือการรักตัวเอง รักการใช้ชีวิต ทัศนคติที่ทันสมัยของหญิงชราต่อชีวิตของเธอมีคุณค่าให้พวกเราได้เรียนรู้จริงๆ

เห็นแบบนี้แล้วกับความทันสมัยของคุณย่าคนนี้ ดิฉันเองเห็นแล้วก็อยากจะแต่งตัวตามคุณย่าคนนี้บ้างค่ะ เดี๋ยวรอดิฉันอายุมากขึ้นกว่านี้ก่อน จัดเต็มเลยค่ะ

ขอขอบคุณ : liekr

“หนุ่มเมืองกาญฯ” ทำระเบียงไว้นั่งเล่น แต่กลายเป็นร้านยอดฮิต ลูกค้าแน่น!

หนุ่มใหญ่วัย42ปี ทำระเบียงริมท้องนาให้เพื่อนที่มาเที่ยวบ้านนั่งทานข้าว ก่อนพัฒนาเปิดเป็นร้านอาหารบรรยากาศแบบบ้านๆในราคาบ้านๆ ลูกค้าแน่นร้านทุกวัน

ที่ร้านระเบียงนา ในพื้นที่บ้านยาง หมู่ 2 ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี กำลังเป็นสถานที่เช็คอินสุดฮิตและร้านอาหารยอดนิยม

ในหมู่ผู้ชื่นชอบธรรมชาติทั้งในจังหวัดกาญจนบุรีและต่างพื้นที่ ที่นิยมเดินทางแวะเวียนมาสัมผัสบรรยากาศของลมที่พัดเย็นสบายริมท้องนาเขียวขจีที่ทอดยาวไปบรรจบกับภูเขาลูกใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปด้านหน้า

โดยร้านระเบียงนา ตกแต่งแบบเรียบง่าย เน้นความเป็นชนบท เป็นร้านเปิดโล่งไม่มีเครื่องปรับอากาศ ทำให้ลมสามารถพัดเข้ามาได้ทุกทิศทาง

ในระหว่างรออาหารและเครื่องดื่ม ลูกค้าสามารถเดินเที่ยวชมบรรยากาศท้องทุ่ง นอนเปลริมคันนาหรือจะหามุมถ่ายภาพสวยๆก็มีให้เลือกมากมาย

นายบุญเลิศ ศีลธรรม อายุ 42 ปี เจ้าของร้านระเบียงนา เล่าถึงที่มาของร้านว่า เริ่มจากการที่ตนเองมีบ้านอาศัยอยู่ริมทุ่งนา ปกติก็มักจะมีเพื่อนแวะเวียนมาหาที่บ้านเป็นประจำ

ตนจึงตัดสินใจสร้างเพิงพักและระเบียงริมคันนา สำหรับนั่งทานอาหารเพื่อให้เพื่อนที่มาเที่ยวได้นั่งพักผ่อน จนมีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำว่า ให้ลองเปิดเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มเล็กๆดู ตนจึงลองทำตามคำแนะนำ ช่วงแรกก็มีกลุ่มเพื่อนชวนคนรู้จักมาทาน

กระทั่งมีการถ่ายรูปบรรยากาศร้านไปลงในเฟซบุ๊กและมีการส่งต่อกันไป จนร้านกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้ทุกวันนี้ ที่ร้านจะมีลูกค้าเดินทางแวะเวียนมาทานอาหารและเครื่องดื่มกันแน่นทุกวัน

โดยเมนูเครื่องดื่มของทางร้านก็จะมี อิตาเลี่ยนโซดา มะนาวโซดา น้ำส้มและน้ำผลไม้ต่างๆ ส่วนอาหาร ก็จะเน้นเมนูเรียบง่ายสไตล์ชนบท เช่น ไก่ทอดเกลือ ไข่กระทะ หมูสะเต๊ะ ขนมจีบ ข้าวผัดต้มยำปลากระป๋อง เฟร้นช์ฟราย ไส้กรอก

โดยเมนูอาหารยอดฮิตที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน คือ ข้าวผัดปลาหมึกกรอบสามสี ที่นำเอาปลาหมึกกรอบมาผัดกับพริกหวาน สีเหลือง สีเขียว และพริกแดง

เมนูทำง่ายที่ให้รสชาติอร่อยถูกใจลูกค้า ที่สำคัญอาหารแต่ละเมนู ราคาไม่เกิน60บาท เรียกว่าเป็นร้านอาหารสไตล์บ้านๆที่ราคาอาหารก็บ้านๆเช่นเดียวกัน

รูปสวยๆจาก : เที่ยวทั่วไทย ไปไหนดี

อย่าทำให้แขกลำบากใจ งานแต่ง ทำไมต้องกำหนด Theme สีชุด

เราก็เห็นกันอยู่แล้วว่างานแต่งในปัจจุบันนี้ต้องสวยหรูงดงาม แขกในงานก็ต้องใส่ชุดมาในตีมสีเดียวกัน เพื่อความสบายตาและดูดี แต่เราจะหารู้ไม่ว่าคนที่อยากจะมาร่วมแสดงความยินดีบางคนเขาอาจจะไม่มีกำละงพอที่จะไปเช่าชุดสวยๆมา ฉะนั้นแล้วการจัดงาน อย่าทำให้แขกลำบากใจ เหมือนกับข้อความต่อไปนี้ อยากให้ผู้จัดได้อ่าน เชื่อว่าท่านจะได้แนวคิดใหม่ๆในการที่จะจัดงาน.

สมัยนี้งานแต่งงาน เจ้าภาพมักกำหนด “theme” (ชอบออกเสียงกันนักว่า ตีม) ชุดอย่างนี้ สีอย่างนั้น…เคยได้รับเชิญไปงานแต่งที่ กทม. ไม่ได้อ่านบัตรเชิญละเอียด เลยแต่งเสื้อนอกไหมไทยไป โดนเจ้าภาพล้อว่าแต่งตัวต่างจากคนอื่น.นึกอยู่ในใจว่า อุตส่าห์นั่งเครื่องบิน ไป-กลับ 5,000 กว่าบาท.ค่าแท็กซี่ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวพร้อมเงินใส่ซองจำนวนหนึ่ง เบ็ดเสร็จหมื่นกว่าบาท.แต่มาถึงงานได้รับคำทักแบบนี้แทบจะวิ่งออกจากงานไปเลย.

ข้อความต่อไปนี้มาจากไลน์กลุ่มเพื่อนนิด้า มันแทงใจดำ อ่านสักหน่อยนะครับ “ตีม theme” มันคือยังไงกันจริงๆงานแต่งหลายงานที่ไม่ได้ไปแค่ฝากซอง.ก็เพราะการกำหนดชุดตีมงาน.ใส่ซองแล้วยังต้องมาเช่า หรือ ซื้อชุดเพื่อไปงานเลี้ยงอีกอ่านให้จบนะครับ.ดีมากๆแต่เสียดายที่ไม่ทราบว่าผู้ใดเขียน.อยากให้เครดิตเป็นอย่างยิ่ง.เพราะเขียนได้ดีมากๆ. ขอบคุณเจ้าของข้อความด้านล่างมา ณ ที่นี้ด้วยครับ.

ขอสอนลูกหลานในตระกูลของฉัน.ลูกหลานคนไหนมีงานออกการ์ดเชิญแขก ก็อย่าทำให้แขกลำบากใจ ทุกวันนี้ฉันไม่เข้าใจว่า ธรรมเนียมการแต่งตัวไปร่วมงาน โดยเฉพาะงานแต่งงาน ใครกันนะริเริ่มค่านิยมกำหนด? คำว่า “ตรีม/ทรีม” อะไรประมาณนี้ ต้องกำหนดให้แขกใส่ชุดสีนั้นสีนี้ อย่าทำแบบนั้นนะลูกหลาน จงจำไว้!!! เขามาเป็นแขกของเรา เขามาให้เกียรติแก่เรา เขาเสียสละเวลาทำมาหากินมาร่วมงาน เขาเอาเงินใส่ซองมาช่วยงานเรา เขามาอวยชัยให้พรเรา เราไม่ควรทำให้เขาลำบากใจ เราไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดกฏเกณฑ์ในเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะการแต่งกายของแขก เป็นสิ่งไม่สมควร แต่ละคนที่มางานเราก็นับว่าเขาแต่งอย่างดีที่สุด ตามอัตภาพของเขาอยู่แล้ว เราเชิญใครมาเป็นแขกก็ด้วยความรัก ความเคารพ ความรู้จักมักคุ้น สนิทชิดชอบพอกัน ดังนั้นเรื่องการแต่งกายเป็นเรื่องพื้นฐานที่ “เรา”ผู้เป็นเจ้าภาพ ต้องยอมรับในแขกของเรา อย่าทำให้เขาลำบากใจ ต้องเสียเงินเสียทองหาซื้อชุดใหม่ หรือไม่มั่นใจว่าใส่ชุดสีนี้ไป สีไม่เหมือนที่เจ้าภาพกำหนด เจ้าภาพจะพอใจหรือไม่พอใจ ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น แต่ละชุดที่ฉันใส่ไปร่วมงานแต่ละครั้ง อยากจะบอกว่า ทุกชุดที่แต่งไปฉันเลือกอย่างดีที่สุด และก็ไม่ได้ใส่ไปเพื่ออวดโชว์อวดรวยด้วย แต่ที่แต่งไปก็เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าภาพ เจ้าของงานทุกงานที่เชิญมา ผ้าทุกชิ้นมีราคาตัดเย็บด้วยช่างมีฝีมือ เสื้อบางตัวราคาเกือบหมื่น เป็นต้น แต่บางคนเขาสวมใส่มากางเกงขายาวเสื้อเชิ๊ต เราเป็นเจ้าภาพก็ต้องต้อนรับเขาอย่างดี เพราะเขาเป็นแขกของเรา ก็สุดแท้แต่สถานะของแต่ละบุคคล.แต่เดิมทีการเชิญแขกมาร่วมงาน “เพียงแค่แขกเดินทางมาตามคำเชิญ เจ้าภาพก็ดีใจอย่างมากแล้ว” ดังนั้นลูกหลานของฉัน!!! จงอย่าทำให้แขกลำบากใจ ในการที่จะแต่งกายมาร่วมงาน หากพวกเธอคิดว่าเป็นค่านิยมสมัยใหม่ที่เธอชอบใจ ก็ขอให้ทำกันเฉพาะในกลุ่มเพื่อนพ้องญาติพี่น้องของเธอ ไม่สมควรที่จะกำหนดลงไปในการ์ดเชิญ ฉันขอสั่ง/สอน ลูกหลานในตระกูลของฉัน อย่าให้คนอื่นเขามาด่าว่าบุพการี ว่าไม่สั่งสอนลูกหลานให้รู้ประสากัน

ความคิดเห็นจากชาวเน็ต

หลายคนเห็นด้วย

ในยุคสมัยปัจจุบันอะไรๆก็เปลี่ยนงานแต่งต้องเป็นความทรงจำที่ดี ฉะนั้นแขกที่มาร่วมงานก็ให้มาแบบสบายใจ ไม่ต้องกดดันอะไรนะคะ แต่บางทีที่กำหนดตีมงาน อาจจะไตร่ตรองดีแล้ว อย่างไรแล้วก็ใช้วิจารณญาณในการจัดนะคะ 

ขอขอบคุณที่มาจาก: ชินภัทร ตันศรีสกุล

ยิ่งกว่าละคร จากเศรษฐีรวยพันล้าน ตกอับ-ล้มละลาย กลายเป็น “พ่อค้าก๋วยเตี๋ยว” ในวัย 76 ปี จุดจบไม่หรูอย่างที่คิด บทเรียนราคาแพงที่ต้องจ่ายทั้งชีวิต

จากมหาเศรษฐี “รวยพันล้าน” หมดตัวไม่เหลืออะไร ชีวิตตอนแก่สุดแสนลำบาก รวยแล้วอย่าลืมตัว บทเรียนจากชีวิตจริง!! “ชีวิตมีขึ้นมีลงอย่าดูถูกใคร”

เรื่องราวดังกล่าวเป็นเรื่องของมหาเศรษฐีพันล้าน เจ้าของที่ดินในกรุงเทพมหานคร และตามหัวเมืองใหญ่ของประเทศไทย รวมแล้วกว่า 500 ไร่ จากเคยทำธุรกิจค้าไม้ได้กำไรอย่างงาม ใช้ชีวิตสุขสบาย หรูหรา หมดเงินไปกับการกินการดื่มครั้งละนับแสน ส่งเสียลูกทุกคนเรียนเมืองนอก ขณะที่ภรรยาชอบเล่นหุ้น สามารถสร้างรายได้เป็นเงินสดกว่าพันล้าน ซ้ำยังผ่านวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 40 มาได้แบบไม่ต้องรับผลกระทบใดๆ

ต่อมาเกิดน้ำท่วมหนักหลายพื้นที่ในประเทศไทย ส่งผลให้ต้องเลิกทำธุรกิจค้าไม้ ก่อนย้ายมาตั้งโรงงานอะไหล่ที่ จ.อยุธยา ผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนั้น ทำให้ทรัพย์สินของเขาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น รถ 19 คัน บ้าน 5 หลัง ที่ดินและเงินสดทั้งหมดสูญไป ด้านภรรยาเล่นหุ้นขาดทุนกว่า 400 ล้านบาท ทิ้งไว้เพียงหนี้กองโตจำนวนกว่า 200 ล้าน

“เมียผมชอบเล่นหุ้น หุ้นก็ขึ้นเอาๆ เรามีเงินสดหลายร้อยล้าน ปีที่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ผมไม่ได้รับผลกระทบ กระทั่งปีที่น้ำท่วมใหญ่ ผมจึงเลิกกิจการโรงไม้ หันมาตั้งโรงงานอะไหล่เครื่องยนต์ที่อยุธยา ทรัพย์สมบัติครั้งนั้น มีรถยนต์ 19 คัน บ้านอีก 5 หลัง ที่ดินทั้งหมดและเงินสดที่เคยมี แฟนผมเล่นหุ้นเจ๊งไปสี่ร้อยกว่าล้าน ลูกๆ ทำธุรกิจก็หมดตัวขาดทุนย่อยยับ ภายใน 2 ปีสิ่งที่ผมมีมันหายไปหมด

เหลือไว้เพียงหนี้สินสองร้อยกว่าล้าน ปัจจุบัน ผมคือบุคคลล้มละลาย เช่าห้องแถวอยู่พอได้ขายก๋วยเตี๋ยวประทังชีวิต ไปวันๆ

เมียผมก็ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไร ลูกๆ ผมไม่เคยเห็นหน้า ตอนนี้ผมอายุ 76 ผมต้องยกหม้อก๋วยเตี๋ยว ล้างจานเอง” ชายแก่วัย 76 ปี ถ่ายทอดเรื่องราวให้ฟัง

ทุกวันนี้ปลงได้แล้ว มาลำบากตอนแก่ เงินค่าเช่าห้องต้องไปยืมกับคนที่เราเคยด่าเขาไว้ ลูกของเขายื่นเงินให้เราแสนห้าพร้อมพูดว่า “พ่อผมบากหน้าไปยืมเงินคุณลุงเพราะตอนนั้นผมเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดสมอง พ่อนั่งร้องไห้ คุณลุงด่าแล้วโยนเงินให้เหมือนหมา”

ผมเดินร้องไห้มาถึงบ้าน เอาเงินจ่ายค่าเช่าห้องแถว ลงทุนมีเงินเก็บไว้ 30,000 บาท และผมเข้าใจความรู้สึกของคำว่า “กรรมนั้นตามสนอง” หลานไม่ได้ด่าผม แต่หลานพูดความจริง เพียงแต่ผมรับความจริงไม่ได้

แต่ตอนนี้ผมมีความสุขดี พระแม่ชี ขอทาน มากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านผม ผมไม่คิดเงิน ตอนผมมีเยอะๆ ผมเบื่อคนบอกบุญ ผมหลอกเขาว่านับถือคริสต์ ผมไม่เคยทำบุญ แต่ใช้เงิน ผมเที่ยว ผมกิน ผมมีผู้หญิง

ตอนนี้ผมหมดตัวมีหนี้สิน สิ้นเพื่อน ไร้ลูก ผมถึงได้ฟังธรรมะ เข้าวัดเป็น รู้จักทาน อีกหน่อยก็คงจากไป ผมห่วงแค่เมียผม ผมภาวนาให้เมียผมจากก่อนผม เพราะถ้าผมจากก่อนเมียผม ผมจะตากไปตาไม่หลับ


ภาพประกอบเท่านั้น

**เรื่องราวของคุณลุงหมดตัววัย 76 ปี ถูกถ่ายทอดไว้ในเว็บไซต์ที่สุดดอทคอม โดยผู้เขียนระบุชัด ไม่ขอเปิดเผยตัวตนของคนในเรื่อง พร้อมยืนยันว่า ทั้งหมดนี้คือข้อเท็จจริง

100 อันดับโรงเรียนคุณภาพที่สุดในประเทศ

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาดูการจัดอันดับ 100 โรงเรียนที่มีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งการจัดอันดับนี้มาจากแหล่งอ้างอิงข้อมูลจากหนังสือวารสารสมองการศึกษาฉบับที่ 8/2561 โดยมีหลักเกณฑ์การวัดคุณภาพชั้นรวมของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในหลายๆด้านอย่างเช่นในเรื่องของการได้เป็นตัวแทนของจังหวัดไปแข่งขันวิชาการหรือแข่งขันต่างๆระดับนานาชาติหรือระดับประเทศผลสอบระดับชาติมัธยมปลายมัธยมต้นรวมถึงผลงานทางด้านกีฬาและดนตรีต่างๆซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันต่างๆในเอง ซึ่งจะเป็นโรงเรียนอะไรบ้างนะลองมาดู

  • 1.เตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร
  • 2.มหิดลวิทยานุสรณ์ นครปฐม
  • 3.สวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
  • 4.อัสสัมชัญ บางรัก กรุงเทพมหานคร
  • 5.สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
  • 6.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กรุงเทพมหานคร
  • 7.สามเสนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
  • 8.เซนต์คาเบรียล กรุงเทพมหานคร
  • 9.สตรีวิทยา กรุงเทพมหานคร
  • 10.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กรุงเทพมหานคร
  • 11.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) กรุงเทพมหานคร
  • 12.มงฟอร์ตวิทยาลัยแผนกมัธยม เชียงใหม่
  • 13.เบ็ญจะมะมหาราช อุบลราชธานี
  • 14.อุดรพิทยานุกูล อุดรธานี
  • 15.เทพศิรินทร์ กรุงเทพมหานคร
  • 16.สาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชียงใหม่
  • 17.หอวัง กรุงเทพมหานคร
  • 18.บุญวาทย์วิทยาลัย ลำปาง
  • 19.นครสวรรค์ นครสวรรค์
  • 20.สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร
  • 21.วัดสุทธิวราราม กรุงเทพมหานคร
  • 22.สามัคคีวิทยาคม เชียงราย
  • 23.เบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช
  • 24.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่
  • 25.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
  • 26.สุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานี
  • 27.ยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่
  • 28.พิบูลวิทยาลัย ลพบุรี
  • 29.สวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี
  • 30ชลราษฎรอำรุง ชลบุรี
  • 31สตรีวิทยา 2 กรุงเทพมหานคร
  • 32.โยธินบูรณะ กรุงเทพมหานคร
  • 33.เซนต์โยเซฟคอนเวนต์ กรุงเทพมหานคร
  • 34.ราชสีมาวิทยาลัย นครราชสีมา
  • 35.ภูเก็ตวิทยาลัย ภูเก็ต
  • 36.เฉลิมขวัญสตรี พิษณุโลก
  • 37.ขอนแก่นวิทยายน ขอนแก่น
  • 38.สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) กรุงเทพมหานคร
  • 39.หาดใหญ่วิทยาลัย สงขลา
  • 40.ศึกษานารี กรุงเทพมหานคร
  • 41.เบญจมราชูทิศ ราชบุรี
  • 42.อัสสัมชัญสมุทรปราการ สมุทรปราการ
  • 43สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ปทุมธานี
  • 44.ราชวินิตบางแก้ว สมุทรปราการ
  • 45.มหาวชิราวุธ สงขลา
  • 46.จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง
  • 47.พรหมานุสรณ์ เพชรบุรี
  • 48.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า กรุงเทพมหานคร
  • 49.ร้อยเอ็ดวิทยาลัย ร้อยเอ็ด
  • 50.เบญจมราชรังสฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา
  • 51.สุรนารีวิทยา นครราชสีมา
  • 52.ดาราวิทยาลัย เชียงใหม่
  • 53.อัสสัมชัญคอนแวนต์ กรุงเทพมหานคร
  • 54.นารีรัตน์ แพร่
  • 55.มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
  • 56.คณะราษฎร์บำรุง ยะลา
  • 57.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 กรุงเทพมหานคร
  • 58.พิริยาลัย แพร่
  • 59.สตรีศรีน่าน น่าน
  • 60.พิษณุโลกพิทยาคม พิษณุโลก
  • 61.บุรีรัมย์พิทยาคม บุรีรัมย์
  • 62.นวมินทราชินูทิศ บดินทร์เดชา กรุงเทพมหานคร
  • 63.ปราจิณราษฎรอำรุง ปราจีนบุรี
  • 64.บูรณะรำลึก ตรัง
  • 65.สิรินธร สุรินทร์
  • 66.แก่นนครวิทยาลัย ขอนแก่น
  • 67.จิตรลดา กรุงเทพมหานคร
  • 68.ศรีสะเกษวิทยาลัย ศรีสะเกษ
  • 69.จักรคำคณาทร ลำพูน
  • 70.ราชินี กรุงเทพมหานคร
  • 71.สาธิตมัธยมมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศึกษาศาสตร์) ขอนแก่น
  • 72.เบญจมราชาลัย กรุงเทพมหานคร
  • 73.สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม นครปฐม
  • 74.จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร มุกดาหาร
  • 75.สตรีวัดมหาพฤฒาราม กรุงเทพมหานคร
  • 76.สระบุรีวิทยาคม สระบุรี
  • 77.บางปะกอกวิทยาคม กรุงเทพมหานคร
  • 78.สาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปัตตานี
  • 79.ทวีธาภิเศก กรุงเทพมหานคร
  • 80.เบญจมราชูทิศ จันทบุรี
  • 81.มารีย์วิทยา นครราชสีมา
  • 82.สารคามพิทยาคม มหาสารคาม
  • 83.ระยองวิทยาคม ระยอง
  • 84.สุราษฎร์พิทยา สุราษฎร์ธานี
  • 85.สุรศักดิ์มนตรี กรุงเทพมหานคร
  • 86.ศรียาภัย ชุมพร
  • 87.ลำปางกัลยาณี ลำปาง
  • 88.สายน้ำผึ้ง กรุงเทพมหานคร
  • 89.อัสสัมชัญธนบุรี กรุงเทพมหานคร
  • 90.สกลราชวิทยานุกูล สกลนคร
  • 91.สาธิต”พิบูลย์บำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี
  • 92.ชลกันยานุกูล ชลบุรี
  • 93.พระปฐมวิทยาลัย นครปฐม
  • 94.นวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า กรุงเทพมหานคร
  • 95.แสงทองวิทยา สงขลา
  • 96.จุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล
  • 97.สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา
  • 98.สตรีสมุทรปราการ สมุทรปราการ
  • 99.ปราจีนกัลยาณี ปราจีนบุรี
  • 100.สายปัญญาในพระราชินูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร

โลกประทับใจไทยงามมารยาท โค้ชโต่ย ยกมือไหว้สุดนอบน้อม ขณะโค้ชUAEยอดกุนซือระดับโลกเดินมาชื่นชม

จากกรณีการเเข่งขันฟุตบอลรายการ AFC Asian Cup 2019 กลุ่มเอ นัดที่สาม ณ สนาม ฮัซซา บิน ซายิด สเตเดียม ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบ ทีมชาติไทย ซึ่งเกมนี้ถือเป็นแมตช์ชี้ชะตาของทีมชาติไทยเพราะเงื่อนไขการเข้ารอบนั้นมีอยู่ว่า ต้องชนะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออีให้ได้สถานเดียว แต่ถ้าหากชนะไม่ได้ ในกรณีที่ไทยเสมอกับยูเออี ก็ต้องลุ้นให้อินเดียแพ้บาห์เรน แต่ถ้าอินเดียชนะ ถือว่าดับฝันการเข้ารอบ 16 ทีมของแข้งช้างศึกแทบจะทันที ในกรณีที่ไทยแพ้

ทั้งนี้โดยโค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย โค้ชรักษาการของทีมชาติไทยได้กล่าวก่อนที่แข้งช้างศึกลงเตะว่าไทยต้องพยายามเก็บแต้มให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งแต้มหรือสามแต้ม เพื่อลุ้นและการันตีการเข้ารอบ

ในขณะที่ อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี กุนซือเจ้าภาพยูเออี  กล่าวว่าต้องการความแน่นอนด้วยการเอาชนะทีมชาติไทยให้ได้เพื่อเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม ซึ่งทีมตนจะไม่ให้พลาดอย่างแน่นอน

รายชื่อทั้งสองทีม

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ : อีซา(GK), โมฮัมเหม็ด อาห์เหม็ด, กาห์นิม, ซาเลห์, ฮัสซาน, ซัลมีน, บันดาร์ โมฮัมเหม็ด(โมฮัมเหม็ด อับดุลราห์มาน 46), มูบารัค(มาร์ตา 83), อัล ฮัมมาดี(คาลิล 79), มับคูต, อิสมาอิล อาห์เหม็ด

ทีมชาติไทย : ศิวรักษ์ เทิดสูงเนิน(GK), สุพรรณ ทองสงค์, มิก้า ชูนวลศรี(เฉลิมพงศ์ เกิดแก้ว 16), อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์(ปกเกล้า อนันต์ 89), ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน, ทริสตอง โด, อดิศักดิ์ ไกรษร(ศุภชัย ใจเด็ด 64),ธีรศิลป์ แดงดา

กรรมการผู้ตัดสิน : ริวจิ ซาโตะ จากญี่ปุ่น

โดยในการแข่งขันครึ่งแรก เริ่มเกมมาได้เพียง 7 นาที ยูเออีได้ประตูขึ้นนำจากการทำเกมทางด้านซ้าย ฮัสซาน เปิดบอลมาเข้าทางซัดชนคานกระเด้งเข้าสนามอีกครั้ง และมับคูตยืนอยู่ถูกจังหวะโหม่งเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย เจ้าภาพนำ 1-0

หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว เจ้าภาพยูเออีก็พยายามบุกอย่างหนัก หวังได้ประตูเพิ่ม จนในนาทีที่ 17 ได้มีโอกาสลุ้นอีกขึ้นจากการปั้นเกมรุกทางด้านซ้าย บอลไปเข้าทางยิงด้วยเท้าขวาแต่ไม่พ้นมือศิวรักษ์ เทิดสูงเนินไปได้

ต่อมาในนาทีที่ 42 ประตูแรกที่กองเชียร์ทีมชาติไทยรอคอยก็มาถึง เมื่อ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ อาศัยความขยัน เข้าแย่งบอลกับผู้เล่นยูเออี แล้วจ่ายบอลให้กับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดีดให้กับ ธีรศิลป์ แดงดา แต่จับบอลได้ไม่ดีทำให้เข้าทาง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ตอกส้นติด อีซ่า บอลกระดอนออกมาเข้าทางฐิติพันธ์อีกครั้ง จึงจิ้มบอลลอดมือผู้รักษาประตูตุงตาข่าย ทีมชาติไทยตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 จากนั้นก็ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังมาทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือด จนทัพช้างศึกมาได้ลูกเตะมุมในนาทีที่ 50 ธีรทร บุญมาทัน เปิดไปยังเสาแรก เข้าทาง ธีรศิลป์ แดงดา แต่โหม่งสะบัดข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้นทั้งสองทีมพยายามเจาะหาช่องเพื่อสร้างสรรค์โอกาสการทำประตู จนเจ้าภาพมาได้ฟรีคิกในจุดหวาดเสียว แต่อาเหม็ด คาลิล ยิงข้ามคานออกไป

จนกระทั่งครบ 90 นาทีไม่มีทีมใดสามารถทำประตูเพิ่มได้อีก จึงส่งผลให้ เจ้าภาพสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เสมอทีมชาติไทย 1-1

ผลเกมการแข่งขันส่งผลให้ทีมชาติไทยการันตีการเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับที่สองของกลุ่ม เนื่องจากอีกหนึ่งสนาม บาห์เรน สามารถเอาชนะอินเดียได้ 1-0 และเฮดทูเฮด ทีมชาติไทยดีกว่าบาร์เรน

แต่ทีมชาติบาห์เรนก็มีโอกาสเข้ารอบด้วยสิทธ์การเป็นอันดับสามที่มีคะแนนที่ดีที่สุด เนื่องจากต้องการ 16 ทีม เพื่อเล่นรอบต่อไปและแต่ละกลุ่มเข้ารอบแน่ๆ แล้ว กลุ่มละ 2 ทีม จะได้เป็น 12 ทีมจากทั้งหมด 6 กลุ่ม จึงเหลือโควต้าอีก 4 ทีม จึงต้องหาอันดับสามที่มีคะแนนดีที่สุด อย่างไรก็ตามจบการแข่งขันได้มีภาพประทับใจให้แฟนบอลได้เห็นเมื่อ อัลแบร์โต ซัคเคโรนี่ กุนซือ ระดับโลกชาวอิตาลี ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วัย 65 ปี ได้เดินเข้ามาชื่นชม โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือของทีมชาติไทย โดยโค้ชโต่ยได้ไหว้ขอบคุณ ขณะที่ซัคเคโรนี่ ตบบ่าของโค้ชโต่ยด้วยความชื่นชม

ขอบคุณภาพเฟซบุ๊ก : ฟุตบอลทีมชาติไทย

กวาดซื้อเกลี้ยงแผง เลข หลวงพ่อคูณ มาแรงฉุดไม่อยู่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำงวดวันที่ 17 ม.ค.2562 ที่พบว่างวดนี้ได้รับความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชคอย่างมาก จนทำให้แผงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลแทบทุกแห่ง ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่นเนืองแน่นไปด้วยเหล่าบรรดาลูกค้า ทุกเพศ ทุกวัย ที่ต่างพากันทยอยกันมาเลือกซื้อกันตลอดทั้งวัน

เนื่องจากงวดนี้เลขที่เป็นที่นิยมและมาแรงอย่างมาก คงหนีไม่พ้นเลขมงคลที่เกี่ยวข้องกับ พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่มีกำหนดการในการพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ในช่วงระหว่างวันที่ 21-30 ม.ค.นี้ ตามที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น กำหนด

โดยจากการลงพื้ที่ตรวจสอบโดยเฉพาะที่แผงจำหน่ายสลากฯรายใหญ่ บริเวณ ถ.หน้าเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น พบว่ามีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อสลากฯกันตลอดทั้งวัน โดยส่วนใหญ่สอบถามถึงเลขมงคลไม่ว่าจะเป็นเลขอายุ ของหลวงพ่อคูณ เลขวันเดือนปีเกิด และเลขที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อคูณ ที่ได้รับความนิยมจากนักเสี่ยงทายอย่างมาก

นายลำดวน มณีแจ่ม เจ้าของร้านจำหน่ายสลากฯ รายใหญ่ ของ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า นอกจากเลขวันครู คือ 16 ที่ได้รับความนิยมแล้ว งวดนี้เลขเด่นเลขดังที่มาแรงอย่างมากคือ เลขมงคลของหลวงพ่อคูณ ไม่ว่าจะเป็นเลขอายุ ของหลวงพ่อคูณ ในช่วงของการมรณภาพคือ 92 เลขวันประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพคือ 29 หมวดเลขจำนวนร่างครูใหญ่ที่ร่วมในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ ประจำปีการศึกษา 2561 คือ 647 รวมไปถึงหมวดเลขประจำเรือ นรข.ที่ใช้ในการลอยอังคารและอัฐิของหลวงพ่อคูณ คือ 169 ที่ได้รับความนิยมจากคอหวย ขอซื้อสลากฯในกลุ่มเลขดังกล่าวตลอดทั้งวัน ซึ่งทางร้านยังคงราคาจำหน่ายที่ใบละ 80 บาท ตามที่รัฐบาลกำหนด

จะเห็นได้ว่าหมวดเลขมงคลที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อคูณนั้น ถูกสอบถามมาตั้งแต่ต้นเดือน ซึ่งทางร้านได้นำมาวางจำหน่ายตามยอดของการสั่งซื้อเพื่อให้ลูกค้านั้นได้ร่วมเสี่ยงโชค คู่กับเลขกลุ่มอื่นที่เป็นที่ต้องการของลูกค้า ซึ่งร้านมีให้บริการทั้งแบบจำหน่ายเป็นชุดและจำหน่ายแบบแยกฉบับทั้งหมด” นายลำดวน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในย่านจำหน่ายสลากฯ ในเขต จ.ขอนแก่น แทบทุกจุดจะพบว่าหมวดเลขมงคลในหลวงพ่อคูณนั้น ยังคงมีคงเหลือไม่มากนัก ซึ่งเหล่าบรรดาพ่อค้าและแม่ค้าส่วนใหญ่บอกว่าหมวดเลขมงคลหลวงพ่อคูณจะขายดังตั้งแต่งวดประจำวันที่ 17ม.ค.ไปจนถึงงวดวันที่ 1 ก.พ.อีกด้วย

นักท่องเที่ยวฝรั่งเที่ยวไทย สอนกันกราบอย่างน่ารัก คนไทยเห็นแล้วอมยิ้มเลย

มารยาทของคนไทยที่ชาวต่างชาติเห็นแล้วชื่นชอบเป็นอย่างมาก อย่างมารยาทไทย การไหว้ ร่วมไปถึงประเพณีทางศาสนา การกราบ เป็นท่าที่สวยงาม

ล่าสุด ได้มีคลิปชาวต่างชาติกลุ่มที่ได้มาเที่ยวสถานที่ทางศาสนาแห่งในประเทศไทย แล้วได้ทำตามพิธีทางศาสนา กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างถูกวิธี บอกเลยว่าเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้จริงๆ เป็นยังไงนั้น ตามไปดูกันเลยครับ

ฝรั่งเที่ยวไทย

สอนกันกราบด้วย

แบบนี้ๆ

น่ารักมาก

เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้

สุดยอดมาก

ต้องชื่นชมนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มากๆ ที่ทำตามประเพณีไทยได้อย่างสวยงาม และถูกต้อง คนไทยเห็นคลิปนี้แล้วบอกเลยว่าอมยิ้มกันอย่างแน่นอน

เรียบเรียงโดย : kaijeaw.net ขอขอบคุณข้อมูลจาก เด็กหลังห้อง

ประเดิมวันแรก ตำรวจไม่ยอม ลั่น “ใบขับขี่มือถือ” ใช้แทนไม่ได้ ขอตรวจไม่มีตัวจริง “จับ ปรับ เหมือนเดิม”

หน่วยงานรัฐทำงานใกล้ชิดกันแท้ๆ ทำไมไม่คุยตกลงกันให้เรียบร้อยก่อน? ฝ่ายตำรวจชี้ใบขับขี่ดิจิตอลจะเร่ิมใช้วันนี้ วุ่นแน่ กฎหมายยังไม่เปิดทางให้ใช้ ลั่นขอตรวจใครไม่มีตัวจริงจับเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากวันนี้ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จะเร่ิมใช้ใบขับขี่ดิจิตอล โดยให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสแกนใบขับขี่ใส่ไว้ในโทรศัพท์มือถือ หรือ สมาร์ทโฟน

สำหรับแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเมื่อถูกเรียกตรวจ พร้อมประโยชน์อื่นๆ ซึ่งหวังแก้ปัญหาลืมพกพาและสอดคล้องกับวิถีชีวิตประชาชนปัจจุบันนั้น ส่อเกิดปัญหาขึ้นในทางปฏิบัติ เมื่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ยังไม่ตอบรับ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.เอกลักษณ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะคณะทำงานแก้ไขกฎหมาย สตช. กล่าวถึงกรณีที่กรมการขนส่งทางบก จะนำใบขับขี่ดิจิตอลมาใช้ ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.นี้ ว่า

ทางปฏิบัติการเรียกตรวจผู้ขับขี่ทำผิดกฎหมายจราจร ผู้ขับขี่จะต้องแสดงใบขับขี่ต่อเจ้าพนักงานตำรวจจราจร และหากกระทำผิดจริง ตำรวจมีอำนาจยึดใบขับขี่และออกใบสั่งให้ผู้กระทำความผิดชำระค่าปรับตามกฎหมาย

โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 140 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จราจรทางบกปี 2522 ซึ่งกฎหมายฉบับดังกล่าว อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเรื่องการยกเลิกเรียกเก็บใบขับขี่ เพื่อให้รองรับการใช้ใบขับขี่ดิจิตอลตามที่กรมการขนส่งทางบกเสนอ

โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาวันที่ 17 ม.ค.นี้ ดังนั้น ระหว่างนี้ ตำรวจจราจรยังมีอำนาจที่จะยึดใบขับขี่ หากไม่สามารถนำใบขับขี่มาแสดงได้ จะมีความผิดเพิ่มอีกข้อหาไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่

พล.ต.ต.เอกลักษณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ กฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.จราจรทางบก กับ พ.ร.บ.ขนส่งทางบกขัดแย้งกัน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งไปยังอธิบดีกรมการขนส่งทางบกทราบแล้ว เพื่อขอให้เลื่อนการใช้ใบขับขี่ดิจิตอลออกไปก่อน

จนกว่าการแก้ไขกฎหมายจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติระหว่างผู้ขับขี่กับตำรวจจราจร อย่างไรก็ตาม หากกรมการขนส่งทางบกยืนยันจะใช้ใบขับขี่ดิจิตอลตามกำหนดที่วางไว้โดยไม่รอกฎหมายใหม่ เชื่อว่าจะมีปัญหาแน่นอน เพราะตำรวจจราจรมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยรัฐ